ไทยสู้ศึกเปิดเสรีกาแฟ

Feb 01, 2018

อาเซียน , ภาษีศุลกากร , การค้าเสรี , กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ , อาเซียน-ไทย



นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม รองอธิบดี รักษาราชการอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมเตรียมจัดสัมมนาและลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและผู้ประกอบการกาแฟทั้งในภาคเหนือและภาคใต้ เพื่อให้ข้อมูลและหารือช่องทางการใช้ประโยชน์สินค้ากาแฟภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยจัดทำไว้กับประเทศคู่ค้า รวมทั้งเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดเสรีสินค้ากาแฟภายใต้เอฟทีเอไทย - ออสเตรเลีย ปี 2563 ซึ่งมีกำหนดลงพื้นที่ครั้งแรกในภาคเหนือที่ จ.เชียงราย วันที่ 1 - 2 ก.พ.นี้
 
“ข้อตกลงเอฟทีเอไทย - ออสเตรเลีย ฝ่ายไทยจะต้องลดภาษีศุลกากรสินค้าเมล็ดกาแฟและผลิตภัณฑ์กาแฟเป็น 0% ให้กับออสเตรเลียในปี 2563 ซึ่งการปรับตัวทางผู้ประกอบการไทยควรเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและอัตลักษณ์ของกาแฟไทย ที่จะเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและเศรษฐกิจในชุมชนได้อีกทางหนึ่ง” นางอรมน กล่าว นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยควรใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอที่ไทยทำไว้กับประเทศต่างๆ รวม 12 ฉบับ อาทิ การเปิดเสรีของอาเซียนที่ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ ยกเว้นเมียนมาเปิดเสรีสินค้ากาแฟให้ไทยแล้ว โดยเก็บภาษีนำเข้าเป็น 0% ขณะที่เมียนมายังเก็บภาษีนำเข้าเมล็ดกาแฟคั่วที่ 5% ส่วนไทยได้เปิดเสรีผลิตภัณฑ์กาแฟ เช่น กาแฟสำเร็จรูป กาแฟ 3 อิน 1 โดยลดภาษีเป็น 0% ให้ประเทศอาเซียนอื่นแล้วตั้งแต่ปี 2553 ยกเว้นเมล็ดกาแฟที่ไทยยังเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศอาเซียนอื่น 5% สำหรับความตกลงเอฟทีเออาเซียน - จีน ทางจีนลดภาษีศุลกากรสินค้ากาแฟคั่วและผลิตภัณฑ์กาแฟให้ไทยเหลือ 0% แล้ว ยกเว้นเมล็ดกาแฟดิบที่จีนยังเก็บภาษีศุลกากรกับไทย 5% ซึ่งผลจากการที่ไทยมีเอฟทีเอกับประเทศต่างๆ ทำให้ส่งออกผลิตภัณฑ์กาแฟมากขึ้น เช่น ปี 2560 ไทยส่งออกกาแฟไปลาวได้ถึง 8,229 ตัน และส่งออกไปจีน 5,054 ตัน มีมูลค่าส่งออกไปลาวเพิ่มขึ้น 31% และมูลค่าส่งออกไปจีนเพิ่ม 4,783% นับจากการเปิดเสรีในปี 2553
 
ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ปลูกเมล็ดกาแฟ 2.5 แสนไร่ ส่งออกกาแฟเป็นอันดับ 8 ของโลก โดยผลิตภัณฑ์กาแฟส่วนใหญ่ที่ส่งออก เช่น กาแฟ 3 อิน 1 และกาแฟสำเร็จรูปไปยังประเทศในอาเซียน ซึ่งความต้องการใช้เมล็ดกาแฟของโรงงานแปรรูปไทยปี 2560 สูงกว่า 9 หมื่นตัน/ปี เพิ่มขึ้นกว่า 20% จากปี 2557 ขณะที่ไทยผลิตเมล็ดกาแฟได้ 2.5 หมื่นตัน/ปี มีการนำเข้าเมล็ดกาแฟ 6 หมื่นตัน/ปี
 
ที่มา : โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/biz/aec/news/537961 








NEWS