กรมสุขภาพจิต เผยผู้สูงวัยไทย 'สมองเสื่อม' 8 แสนกว่าคน

Jun 19, 2018

อธิบดีกรมสุขภาพจิต , สมอง , ผู้สูงอายุ



นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมของผู้สูงวัย สถิติของกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2559 ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 9.9 ล้านกว่าคน คิดเป็นร้อยละ 15 ของประชากรทั้งประเทศที่มี 65.9 ล้านคน ปัญหาที่ตามมาและมักพบในสังคมผู้สูงอายุมากกว่ากลุ่มวัยอื่นๆคือ ภาวะสมองเสื่อม (dementia) โดยผู้ป่วยจะมีการเสื่อมถอยความสามารถของสมองในหลายๆ ด้าน เช่น สูญเสียความจำ สมาธิ ความสามารถทางสติปัญญาลดลง คิดและจำเรื่องที่เป็นปัจจุบันไม่ได้ มีอาการหลงลืม ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งอาการหลงลืมนั้นสามารถเกิดขึ้นในคนทั่วไปที่มีความเครียดวิตกกังวลหรือเร่งรีบได้ เรียกว่าสมองเสื่อมเทียม อาการจะเกิดขึ้นชั่วคราวแล้วจะค่อยๆนึกได้ในภายหลัง แต่ในผู้ที่สมองเสื่อมจะจำไม่ได้เลย ผลสำรวจของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขโดยการตรวจร่างกายครั้งล่าสุดในปี 2557 พบผู้สูงอายุ 60ปีขึ้นไป มีภาวะสมองเสื่อมร้อยละ 8.1 คาดว่าขณะนี้มีประมาณ 8 แสนกว่าคนทั่วประเทศ พบในผู้หญิงมากว่าชาย อายุยิ่งมากยิ่งพบมาก
 
อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ปัญหาที่พบบ่อยในผู้ป่วยสมองเสื่อมนอกจากเป็นเรื่องของความจำแล้ว ยังพบว่าร้อยละ 90 หรือประมาณ 7 แสนกว่าคนมีปัญหาพฤติกรรมและจิตใจร่วมด้วย  จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงขณะที่ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัย หากไม่มีการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆที่ยังไม่เข้าสู่วัยสูงอายุ คาดว่าจำนวนผู้ป่วยโรคนี้อาจเพิ่มขึ้นนับล้านคน และมีปัญหาพฤติกรรมและจิตใจเพิ่มขึ้นนับแสนคน เป็นเรื่องที่บั่นทอนสุขภาพจิตและเป็นภาระให้แก่ผู้ดูแลและครอบครัวเป็นอันมาก ประการสำคัญหากผู้ดูแลขาดความรู้ความเข้าใจในอาการผู้ป่วย ผู้ป่วยบางคนอาจถูกทารุณกรรมหรือถูกทอดทิ้งได้ ได้มอบหมายให้โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ ซึ่งเป็นศูนย์เชี่ยวชาญเรื่องโรคจิตเวชในผู้สูงอายุของกรมสุขภาพจิต เร่งให้ความรู้ความเข้าใจประชาชนโดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุมีภาวะสมองเสื่อมในขณะนี้ 
 
ทางด้านนายแพทย์จุมภฎ  พรมสีดา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี  กล่าวว่า ต่อปีมีผู้ป่วยสมองเสื่อมเข้ารักษาที่โรงพยาบาลฯประมาณ 500 คน มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยพบว่าเกือบทุกคนจะมีอาการผิดปกติทางพฤติกรรมและจิตใจอย่างน้อย 1 อาการร่วมด้วย ที่พบบ่อย 9 อาการได้แก่ 
 
1. เฉยเมยไม่สนใจสิ่งรอบตัว พบได้ร้อยละ 70 
 
2. ภาวะซึมเศร้าพบได้ร้อยละ 40-50 
 
3. ปัญหาด้านการกินร้อยละ 40-50 
 
4. ปัญหาด้านการนอนร้อยละ 30-50 
 
5. อารมณ์หงุดหงิด โกรธง่ายร้อยละ 40 
 
6. อาการหลงผิด ร้อยละ 30-40 
 
7. ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจพฤติกรรมได้ ร้อยละ 30-40
 
8. มีพฤติกรรมแปลกๆ ทำอะไรซ้ำๆ เช่นผุดลุกผุดนั่ง สะสมของในบ้าน พบร้อยละ 30-40
 
9. หูแว่ว ประสาทหลอน เช่นเห็นผีพบได้ร้อยละ 20-30 หากประชาชนพบผู้ป่วยสมองเสื่อมในบ้านมีอาการที่กล่าวมา ควรพาไปปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
นายแพทย์จุมภฎ กล่าวต่อว่า ในส่วนของผู้ที่ต้องดูแลผู้สูงวัยที่มีภาวะสมองเสื่อม ขอแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้ 
 
1. ควรทำความเข้าใจกับภาวะสมองเสื่อมให้ดีเพื่อที่จะสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม 
 
2. แก้ไขอาการและพฤติกรรมที่เป็นปัญหามากที่สุดก่อน เนื่องจากการแก้ปัญหาหลายอย่างพร้อมกันอาจทำได้ยาก
 
3. พยายามทำจิตใจให้สดใส และพักผ่อนให้เพียงพอ
 
4. อย่ายึดติดกับความถูกต้องทั้งหมด  ควรยืดหยุ่น เช่นถ้าผู้สูงอายุต้องการจะสวมหมวกเวลานอน ก็ไม่ควรห้าม เนื่องจากไม่ได้เป็นสิ่งที่อันตราย
 
5. พยายามจัดรูปแบบการดูแลที่สม่ำเสมอ ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพื่อให้ผู้สูงวัยเรียนรู้ทีละเล็กทีละน้อย
 
6. พยายามพูดสื่อสารกับผู้สูงวัยเป็นประจำ อธิบายสั้นๆว่ากำลังทำอะไรทีละขั้นตอน
 
7. มีรูปของผู้ป่วยที่ถ่ายไว้ล่าสุดเพื่อใช้ตามกรณีผู้ป่วยสูญหาย ควรจัดทำสร้อยคอที่มีป้ายถาวรบอกว่าเป็นผู้สูงวัยมีปัญหาด้านความจำ และระบุหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับ 
 
8. พยายามให้ผู้สูงวัยได้ทำกิจกรรมต่างๆบ้าง เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและ ให้รู้สึกว่าชีวิตยังมีความหมายและมีส่วนร่วมในครอบครัว
 
ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุสมองเสื่อมเกิดปัญหาพฤติกรรมและจิตใจ อาจเกิดมาจากการมีพยาธิสภาพบางอย่างเกิดในสมองผู้ป่วย การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาท หรือเกิดจากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารถึงสิ่งที่ตนต้องการได้ เช่น หิว เจ็บปวด กลัว เครียด เป็นต้น  รวมทั้งอาจเกิดมาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น สภาพอากาศร้อน เสียงดัง ผู้คนพลุกพล่านรบกวน  แสงสว่างไม่พอ เป็นต้น  นายแพทย์จุมภฎ กล่าว
 
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/805124








NEWS