PTTGC พร้อมลุยลงทุนพื้นที่อีอีซีแล้ว 23 มี.ค. นี้

Mar 23, 2018        View 402

เศรษฐกิจ , โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก , eec , pttgc



นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTGC เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้วางเป้าหมายไว้ว่าการลงทุนของรัฐและเอกชนในพื้นที่อีอีซี จะมีมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท ใน 5 ปีแรก อาทิ สนามบินอู่ตะเภา เมืองการบินภาคตะวันออก, ท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด เฟส 3 แหลมฉบัง เฟส 3 สัตหีบ, รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา, อุตสาหกรรมเป้าหมาย, เป็นต้น ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโต 5% ต่อปีเกิดการจ้างงานใหม่กว่า 100,000 อัตราต่อปี ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ 4 แสนล้านบาทต่อปี มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 10 ล้านคนต่อปี และได้ฐานภาษีใหม่ 1 แสนล้านบาทต่อปี
 
สำหรับโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัดที่ประกอบด้วยระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เตรียมพร้อมเดินหน้า เพื่อดึงดูด การลงทุนครั้งใหญ่ให้กับประเทศไทย หลังจากที่ พ.ร.บ.อีอีซีซึ่งจะเป็นกฎหมายรองรับการดำเนินงานที่สำคัญได้ผ่านความเห็นชอบจาก สภานิติบัญญัติ (สนช.) เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาและคาดว่าจะประกาศใช้อย่างเป็นทางการประมาณพ.ค.นี้
 
ในปีนี้ ถือเป็นปีปฐมฤกษ์การเดินหน้าลงทุน ใน พื้นที่ EEC โดยมี กลุ่ม ปตท.ที่จะเป็นกลุ่มแรก ที่พร้อมเข้าไปเริ่มต้นลงทุนภายใต้โครงการต่างๆ โดยเริ่มจาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ซึ่งเป็นลูก ได้เตรียมพร้อมโครงการลงทุนขนาดใหญ่กว่า 70,000 ล้านบาท เป็นรายแรกของไทย ในวันที่ 23 มี.ค.นี้ โดยมีกำหนดการวางศิลาฤกษ์ โครงการปรับปรุงกระบวนการผลิตโอเลฟินส์ (Olefins Reconfiguration Project) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันการผลิตโอเลฟินส์ ณ โรงงานที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ด้วยขนาดกำลังการผลิตเอทิลีน 500,000 ตันต่อปี และโพรพิลีน 250,000 ตันต่อปี
 
ทั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลาในการก่อสร้าง 36 เดือน และสามารถเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2563 นอกจากนี้ยังมีอีกโครงการภายใต้แผนการลงทุนดังกล่าว ประกอบด้วย โครงการผลิตสารโพรพิลีนออกไซด์ ภายใต้บริษัทย่อยคือ GC Oxirane (GCO) และโครงการผลิตสารโพลิออลส์ ภายใต้บริษัทร่วมทุน GC Polyols (GCP) โดยโครงการผลิตภัณฑ์พลาสติกวิศวกรรมชั้นสูงทั้งสองโครงการเป็นการร่วมลงทุนกับพันธมิตรประเทศญี่ปุ่น
 
“อีอีซีถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่มีความแน่นอน ที่จะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยให้สูงขึ้น โดยยังคงรักษาความเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน และจากการที่ พ.ร.บ.อีอีซีเตรียมประกาศใช้ มีความชัดเจนว่าจะมีการดูแล เศรษฐกิจระดับชุมชน สิ่งแวดล้อม” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว
 
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTTGC ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่นยิ่งขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้าต่างเฝ้ารอการคลอดกฎหมายดังกล่าวมาพอสมควร โดยเป็นที่น่าจับตาว่าเม็ดเงินการลงทุนภาคอุตสาหกรรมในส่วนของภาคเอกชนในพื้นที่อีอีซีเมื่อปีที่ผ่านมาแตะระดับ 3 แสนล้านบาทซึ่งถือว่าสูงเกินกว่าที่คาดไว้ ดังนั้นในปี 2561 นี้การลงทุนทั้งรัฐในระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่จะพัฒนาในอีอีซีและเอกชนมีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดดแน่นอน
 
ที่มา : เดลินิวส์
https://www.dailynews.co.th/economic/634021








NEWS