เงินเฟ้อ เม.ย.สูงสุดรอบ 14 เดือน

May 02, 2018        View 109

เศรษฐกิจ , ค่าแรงงาน , ปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำ , เอกชน , เงินเฟ้อ



พาณิชย์ เผยจากราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้มขึ้น รวมทั้งผัก ผลไม้แพงเป็นหลัก โดยคาดเงินเฟ้อจะขยับเกิน 1% ต่อไปตามราคาน้ำมันที่พุ่งต่อเนื่อง โดยเตรียมปรับเป้าหมายทั้งปีใหม่เร็วๆ นี้ ขณะที่ ธปท.ปลื้มใจ เงินเฟ้อกลับมาแตะกรอบเป้าหมายที่ 1%
 
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน เม.ย. 2561 เท่ากับ 101.57 เพิ่มขึ้น 1.07% โดยเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน และเป็นอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 14 เดือน และเมื่อเทียบกับเดือน มี.ค.2561 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 0.45% ส่วนเงินเฟ้อรวม 4 เดือนของปี 2561 (ม.ค. - เม.ย.) เพิ่มขึ้น 0.75% ซึ่งเป็นอัตราที่ขยับเข้ามาอยู่ในกรอบที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ไว้ที่ 0.7 - 1.7%
 
ทั้งนี้ สาเหตุที่เงินเฟ้อเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น เป็นผลจากดัชนีหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มเพิ่ม 1.31% โดยสินค้าสำคัญราคาสูงขึ้น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่ม 3.90% หมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์เพิ่ม 5.98% จากการปรับ โครงสร้างภาษีสรรพสามิต หมวดเคหสถานเพิ่ม 1.50% ค่ารักษาและบริการส่วนบุคคลเพิ่ม 0.49% เครื่องนุ่งห่มและรองเท้าเพิ่ม 0.11% ส่วนดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่ม 0.68% สินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น เช่น ผักเพิ่ม 6.82% ผลไม้เพิ่ม 0.53% อาหารบริโภคในบ้านเพิ่ม 1.24% นอกบ้านเพิ่ม 0.95% ข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้งเพิ่ม 1.40% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่ม 1.30%
 
โดยเมื่อแยกรายการสินค้า 422 รายการที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อในเดือน เม.ย. พบว่ามีสินค้าราคาสูงขึ้น 239 รายการ เช่น ข้าวสารเจ้าเพิ่ม 2.85% มะนาวเพิ่ม 48.30% พริกสดเพิ่ม 10.61% กะหล่ำปลีเพิ่ม 9.66% ผักคะน้าเพิ่ม 6.33% นมสดเพิ่ม 1.79% ครีมเทียมเพิ่ม 1.66% กาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่มเพิ่ม 10.14% กับข้าวสำเร็จรูปเพิ่ม 1.71% ข้าวผัดเพิ่ม 0.84% อาหารโทร.สั่งเพิ่ม 0.85% อาหารตามสั่งเพิ่ม 1.72% เครื่องแบบนักเรียน มัธยมชายเพิ่ม 1.24% เครื่องแบบนักเรียนมัธยม หญิงเพิ่ม 1.31% ค่ากระแสไฟฟ้าเพิ่ม 6.57% ก๊าซหุงต้มเพิ่ม 3.41% ผงซักฟอกเพิ่ม 0.35% บุหรี่เพิ่ม 12.20% เบียร์เพิ่ม 1.29% และสุราเพิ่ม 0.37% ส่วนสินค้าราคาไม่เปลี่ยนแปลงมี 71 รายการ และสินค้าราคาลดลง 112 รายการ เช่น น้ำมันพืชลด 13.78% น้ำตาลทรายลด 5.58% น้ำปลาลด 0.21% เป็นต้น
 
เงินเฟ้อเดือน เม.ย. ที่ปรับตัวสูงขึ้นเกิน 1% ไม่ได้มีผลกระทบมาจากการปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำที่มีผลไปเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2561 ที่ผ่านมา แต่เป็นผลมาจากการปรับขึ้นราคาของกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม กลุ่มผักสดและผลไม้ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลมากกว่า โดยกระทรวงพาณิชย์ยังคาดว่าแนวโน้มเงินเฟ้อน่าจะเกินระดับ 1% ต่อไป เพราะปัจจัยราคาน้ำมันดิบโลกน่าจะเป็นตัวกดดันเงินเฟ้อตลอดทั้งปี โดยขณะนี้ราคาน้ำมันดิบดูไบขึ้นมาอยู่ที่ 64 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลแล้ว จากเดิมคาดไว้ไม่เกิน 60 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่ง สนค.กำลังจะประเมินเป้าหมายเงินเฟ้อใหม่ในเร็วๆ นี้
 
น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวต่อว่า แนวโน้มเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นยังมาจากปัจจัยสนับสนุนที่ภาครัฐและเอกชนมีการขยายการลงทุน ทำให้กำลังซื้อมีมากขึ้น และหากสินค้าเกษตรราคาสูงขึ้นก็จะยิ่งเพิ่มกำลังซื้อของคนในระดับฐานราก แต่เชื่อว่าราคาสินค้าไม่น่าจะเพิ่มขึ้นมากนัก เพราะ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ให้ซื้อสินค้าในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ได้มีส่วนช่วยให้ประชาชนได้ซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลง และลดค่าครองชีพได้ โดย สนค.กำลังศึกษาว่าร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ มีส่วนทำให้ราคาสินค้าลดลง และลดค่าครองชีพได้มากน้อยแค่ไหนอยู่ 
 
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ผ่านมาสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศ ไทย (ธปท.) ได้ระบุถึงระยะเวลาที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของ ธปท.ที่ 1 - 4% ว่าจากแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังมีทิศทางปรับสูงขึ้น ธปท.คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ซึ่งตัวเลขเงินเฟ้อในเดือน เม.ย.นี้ขยายตัวที่ 1.07% ซึ่งแตะกรอบล่างของเป้าหมายเงินเฟ้อแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นไปตามคาดหมายของ ธปท. อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อยังอยู่ในระดับต่ำส่งผลให้ธุรกิจมีข้อจำกัดในการปรับขึ้นราคาสินค้า และส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เช่น การพัฒนาการด้านเทคโนโลยี และการขยายตัวของธุรกิจค้าออนไลน์ ทำให้ ธปท.จะติดตามและศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด
 
ที่มา : ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/content/1270546