รบ.ร่วมมือ กกร. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพัฒนาประเทศ

Aug 15, 2019        View 168

white paper , สมุดปกขาว , รัฐบาลชุดใหม่ , ยื่นข้อเสนอ , ภาครัฐ , กกร. , คณะกรรมการร่วมฯ , ภาคเอกชน



รัฐบาลร่วมมือ กกร. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพัฒนาประเทศ ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ
 
วันนี้ (14 สิงหาคม 2562) เวลา 15.30 น. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อเสนอข้อเสนอของภาคเอกชนต่อรัฐบาล สำหรับเป็นกรอบการทำงานร่วมกัน รวมทั้งยังเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจที่มาจากมุมมองของภาคเอกชนประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกให้ประเทศเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมสนทนาด้วย
 
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวขอบคุณภาคเอกชนทั้ง 3 สถาบันที่ได้มอบข้อเสนอให้กับรัฐบาล ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางและนโยบายของรัฐบาลรวมถึงยุทธศาสตร์ชาติ โดยไปพิจารณาเพื่อดำเนินการตามความเหมาะสม เชื่อมั่นว่า กกร.จะทำงานร่วมกับรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพื่อช่วยกันหาแนวทางและวิธีการทำงานภายใต้สถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากสงครามการค้า แม้แต่ประเทศสิงคโปร์ กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมได้ประกาศลดการคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำปี 2019 ลงมาอยู่ที่ 0-1% จากเดิมที่เคยประกาศว่าจะสามารถโตได้ราว 1.5-2.5% โดยเป็นการปรับลดคาดการณ์ครั้งที่ 2 ของปีนี้ หลังจากที่เศรษฐกิจสิงคโปร์เคยเติบโตถึง 3.2% ในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ GDP ในช่วงไตรมาสสองยังมีการขยายตัวจากปีที่แล้วเพียง 0.1% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 10 ปีของสิงคโปร์ รัฐบาลและเอกชนไทยต่างทราบดีถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญเช่นกัน จึงหารือแนวทางในการผนึกกำลังกันสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจสห้กับประเทศไทย
 
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ว่า รัฐบาลจะดำเนินการให้เกิดผลประโยชน์ต่อประชาชนทุกกลุ่มและประเทศชาติให้มากที่สุด รวมถึงการดูแลในเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวยืนยันว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ซึ่งการบริหารราชการแผ่นดินร่วมกับคณะรัฐมนตรีก็กำลังขับเคลื่อนไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ร่วมกัน รวมทั้งให้สร้างตลาดใหม่ที่ยังไม่มีการแข่งขันกันมากนัก เช่น การส่งเสริมในเรื่องของ SMEs ที่ประเทศไทยสามารถผลิตในต้นทุนต่ำและไม่ใช้เทคโนโลยีที่สูงมาก สามารถแข่งขันได้ โดยมีเป้าหมายผลิตสำหรับประชาชนผู้มีรายได้เข้าถึงสินค้า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูก ทั้งนี้ ขอความร่วมมือภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพราคาไม่แพงจนเกินไปให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าและบริการเหล่านั้นเช่นเดียวกันประชาชนกลุ่มอื่น ๆ ของประเทศด้วย เพื่อช่วยกันยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง
 
โอกาสนี้ กกร. ได้ยื่นข้อเสนอของภาคเอกชนต่อรัฐบาล มี 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) การเสริมสร้างความร่วมมือภาครัฐและเอกชน ยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในระดับต่าง ๆ (2) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภาคเอกชน (3) การพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ (4) สนับสนุนโครงการที่สำคัญของภาครัฐให้ดำเนินการต่อเนื่อง (5) เสริมสร้างธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคม และ (6) ยกระดับทักษะ ความรู้และคุณภาพชีวิตทรัพยากรมนุษย์ ทั้งนี้ กกร. ยังพร้อมสนับสนุนและจะร่วมมือกับรัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ด้วย
 
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/843885