ภาคเอกชนวอนคลัง-แบงก์ชาติช่วยดูแลค่าบาทด่วน

Sep 04, 2019        View 119



กกร.ห่วงเงินบาทยังแข็งค่า กระทบการแข่งขันด้านส่งออก-ลงทุน ฉุดเศรษฐกิจไทยอ่อนแอ วอนคลัง-แบงก์ชาติออกมาตรการดูแลเงินบาทโดยด่วน 
 
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยหลังจากเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ว่า กกร.ยังมีความกังวลต่อเรื่องเงินบาทแข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง และยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นไปอีกหากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีกในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยิ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถการแข่งขันภาคการส่งออกและการลงทุนของไทย จึงอยากให้ภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)หารือและออกมาตรการดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าโดยด่วน เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังขาดปัจจัยสนับสนุน ซึ่งอาจทำให้ขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้
 
“ค่าเงินบาทไม่รู้จะแข็งค่าไปอีกนานเท่าไร ซึ่งจะกระทบส่งออก และความสามารถทางการแข่งขัน การค้าการขายก็ลำบาก ถ้าถามว่าดอกเบี้ยนโยบายจะต่ำกว่า 1.5% หรือไม่ ก็ตอบไม่ได้ เชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)จะต้องพิจารณาตามสถาวะเศรษฐกิจจริง ในช่วงเงินเฟ้อในปัจจุบันก็ต่ำ เศรษฐกิจก็ชะลอตัว” 
 
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีเงินบาทแข็งค่า 10% เมื่อเทียบกับจีน และแข็งค่ามากถึง 14% เมื่อเทียบกับเกาหลีใต้ ซึ่งจะส่งผลกระทบชัดเจนเรื่องการเข้ามาลงทุนในไทย และเรื่องค่าบาทแข็งยังกระทบกับส่งออก และการท่องเที่ยวอีกด้วย โดยธปท.และกระทรวงการคลังต้องหารือกัน เช่น อาจมีเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือสนับสนุนนำนักลงทุนไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น มาตรการป้องปรามการเก็งกำไร หรือช่วยเรื่องวงเงินพันธบัตรก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้ และต้องผลักดันให้ออกเร็วขึ้น   
 
นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่ภาคเอกชนต้องช่วยตัวเองคือเสนอราคาให้เป็นเงินบาทในการค้าขายสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านซีแอลเอ็มวี ประเทศในเอเชียตอนใต้หรือออสเตรเลีย เพื่อลดความเสี่ยงจากค่าเงินผันผวน และต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนมาตรการใดก็ได้ในช่วงบาทแข็ง เช่น การนำเข้าเครื่องจักรเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิต เป็นต้น   
 
ที่มา:เดลินิวส์
https://www.dailynews.co.th/economic/729696