‘อุตตม’ โรดโชว์ EEC ลุยปีนี้ 3 แสนล้าน

Feb 13, 2018        View 212

พ.ร.บ.อีอีซี , พ.ร.บ. , สภานิติบัญญัติแห่งชาติ



สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือพ.ร.บ.อีอีซี ในวาระ 2 และเห็นชอบวาระ 3 ให้ประกาศเป็นกฎหมายด้วยคะแนน 170 เสียง งดออกเสียง 10 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง ใช้เวลาในการพิจารณาเกือบ 8 ชั่วโมง รัฐบาลหวังว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ประเทศ
 
มาตราที่อภิปรายมาก เช่น มาตรา 6 ที่กำหนดพื้นที่อีอีซีครอบคลุมฉะเชิงเทรา ชลบุรีและระยอง โดยนายวันชัย ศารทูตทัต สมาชิก สนช.เสนอตัดประเด็นการออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อเพิ่มพื้นที่อีอีซี ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อีอีซี ชี้แจงว่า บางโครงการ เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ควรให้สิทธิประโยชน์กับผู้ลงทุนต้นทางด้วย เช่น การพัฒนาพื้นที่มักกะสัน จึงมีเสียงเรียกร้องให้ออกพระราชกฤษฎีกาเพิ่มเติมได้
 
มาตรา 34 ประเด็นความจำเป็นในการหาที่ดินเพื่อการพัฒนาอีอีซี โดยมาตรานี้คณะกรรมาธิการฯ ได้ตัดถมทะเลออกทั้งหมด แต่มีข้อเสนอจาก พล.ร.อ.ธราธร ขจิตสุวรรณ สมาชิก สนช. เสนอให้ใส่เรื่องนี้ไว้ตามเดิม เพราะการพัฒนาท่าเรือจำเป็นต้องถมทะเลแต่ต้องประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยคณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า เป็นเรื่องอ่อนไหวจึงตัดออก แต่การถมทะเลยังทำได้ตามเงื่อนไขกฎหมายปกติ การพิจารณาของ สนช. ครั้งนี้ มีการตัดออกเพียงมาตราเดียว คือมาตรา 59/2 ที่ยกเว้นการใช้กฎหมายสถานศึกษาเอกชน และให้อำนาจเลขาธิการอีอีซีอนุมัติตั้งสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
 
หลังการลงมติ นายวิษณุ กล่าวในที่ประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากขอบคุณสนช.ทุกคน และรัฐบาลจะใช้กฎหมายนี้ผลักดันเศรษฐกิจภาคตะวันออกให้ขยายตัวต่อจาก 35 ปีที่แล้วที่ รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ผลักดันอีสเทิร์นซีบอร์ดสำเร็จ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า หลังจากนี้ สนช. จะส่งร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้คณะรัฐมนตรีภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศใช้เป็นกฎหมาย และเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้จะมีการตั้งคณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกภายใน 60 วัน และสรรหาเลขาธิการสำนักงานอีอีซีภายใน 90 วัน ในขณะที่การทำพัฒนาพื้นที่อีอีซีจะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการนโยบายฯ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
 
นอกจากนี้ กฎหมายฉบับนี้จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และสร้างความมั่นใจให้ภาคประชาชนในการดูแลสิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภค โดยจะมีการตั้งกองทุนเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านสาธารณูปโภค สาธารณสุข สถาบันการศึกษา นายอุตตม กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการทำงานไว้แล้ว โดยเฉพาะการชักจูงการลงทุนที่จะเริ่มทันทีในเดือน ก.พ. นี้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน สหรัฐฯ ยุโรป และการโรดโชว์รอบนี้จะเจาะกลุ่ม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อากาศยาน
 
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้จะสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนในอีอีซีได้มากขึ้น โดยเฉพาะนักธุรกิจญี่ปุ่นที่จะมีรายใหม่เข้ามาลงทุน ในขณะที่นักธุรกิจจีนวางแผนเข้ามาลงทุนในอีอีซีเช่นกัน และปีนี้ตั้งเป้าหมายมีคำขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซี 300,000 ล้านบาท นายคณิศ กล่าวว่า ในปี 2561 จะผลักดัน 5 โครงการสำคัญ คือ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา) โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภาของการบินไทยและแอร์บัส โครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 โครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 โดยโครงการส่วนใหญ่จะดำเนินการให้เสร็จภายใน 5 ปี ทุนใหม่เด้งรับ พ.ร.บ. อีอีซี
 
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมเหมราช กล่าวว่า การประกาศใช้ร่าง พ.ร.บ. อีอีซี จะเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจ หลังจากร่างกฎหมายฉบับนี้ล่าช้ามานาน และกฎหมายฉบับนี้จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของการลงทุนในอีอีซี ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนได้เสนอความเห็นให้ประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ก่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้ไม่ต้องรอรัฐบาลใหม่
 
นางสาวจรีพร กล่าวว่า หลังเทศกาลตรุษจีนจะมีนักธุรกิจจีนเข้ามาดูลู่ทางการลงทุนกว่า 600 ราย เพื่อมาดูลู่ทางการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ อากาศยาน โดยนักธุรกิจจีนสนใจเข้ามาลงทุนในไทยเพื่อใช้โอกาสจากนโยบาย One Belt One Road ที่เชื่อมถึงประเทศไทย และถ้านักธุรกิจจีนกลุ่มนี้ลงทุนในไทยจริงเพียง 10% ก็เป็นที่น่าพอใจ ส่วนนักธุรกิจญี่ปุ่น 500 ราย ที่มาดูลู่ทางการลงทุนในอีอีซีในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ขณะนี้มีไม่น้อยกว่า 150 ราย ที่สนใจลงทุนในอีอีซี ซึ่งขณะนี้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กำลังโรดโชว์ที่ญี่ปุ่นก็จะเพิ่มความเชื่อมั่นการลงทุนมากขึ้น
 
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thansettakij.com/content/258325