ครม. อนุมัติ 562 ล. ผุด ‘ตลาดนัด’ สร้างผู้ค้าใหม่แสนราย

25 ต.ค. 2560

ตลาดประชารัฐ , เพิ่มพื้นที่ให้ประชาชนมีที่ทำมาหากิน



นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 เห็นชอบให้ กระทรวงมหาดไทย เพิ่มพื้นที่ให้ประชาชนมีที่ทำมาหากิน ค้าขาย เช่น สินค้าเกษตร โอท็อป สินค้าของวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) วิสาหกิจชุมชน ร้านอาหาร หาบเร่ แผงลอย ฯลฯ โดยจะเป็นพื้นที่ที่มีอยู่เดิมแล้ว และอาจจะมีการขยายตลาด บนพื้นที่กำหนดทั้งหมด 6,447 แห่ง เพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้มีที่ค้าขาย เกิดรายได้หมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ
 
ทั้งนี้ พื้นที่ค้าขายดังกล่าวจะใช้ชื่อว่า “ตลาดประชารัฐ” โดยได้รับเงินสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายของโครงการตามที่สำนักงบประมาณจัดสรร จำนวน 562 ล้านบาท เป็นงบประมาณ ปี’ 61 - 62 แต่สามารถของบประมาณเพิ่มเติมได้ ตามที่จำเป็น คาดว่าการจัดตลาดเพื่อให้ค้าขายจะสร้างผู้ค้ารายใหม่ราว 1.02 แสนราย เฉลี่ย 10 - 20 รายต่อตลาด 1 แห่ง โดยจะเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศ 1 ธันวาคม 2560
 
นอกจากนี้ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จะเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ที่สนใจ ลงทะเบียนเพื่อมาค้าขายตามพื้นที่ที่กำหนด โดยในระยะแรกจะมีการประเมินความต้องการขายและความต้องการซื้อ หากประสบผลสำเร็จและมีผู้สนใจจำนวนมาก ก็อาจจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้อีก
 
“จากการสำรวจเบื้องต้นที่เลือกพื้นที่เดิม เพราะเกรงว่าหากมีพื้นที่ใหม่จะไม่มีคนขายและจะไม่มีคนซื้อ การใช้พื้นที่เดิม แต่จะเปิดโอกาสให้ผู้ค้ารายใหม่เข้ามาค้าขาย สร้างอาชีพ เกิดรายได้ในชุมชนในท้องถิ่น ซึ่งอาจจะมีค่าน้ำ ค่าขยะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
 
นายกอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า ครม. ยังเห็นชอบให้ กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการเรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ที่จะเข้ามาจัดการศึกษาในประเทศไทยต้องได้รับการรับรองจากในสาขาวิชาจากการจัดอันดับของหน่วยงานที่คณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาเห็นชอบ และต้องมีหลักสูตรที่เป็นประโยชน์และมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศไทย
 
สำหรับการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงในต่างประเทศ จะเป็หลักสูตรที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี นวัตกรรม สนับสนุน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ในระเบียงเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรืออีอีซี และต้องเป็นหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษาในพื้นที่หลักเพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการสร้างบุคลากรให้มีการพัฒนาความรู้ ทักษะ ในด้านที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย จากเดิมบุคลากรประเภทนี้ในไทยมีจำนวนน้อย
 
โดย ในสัปดาห์หน้า จะมีการเปิดให้ยื่นแบบฟอร์มขอจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาคำขอจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ โดยตั้งเงื่อนไขว่าการตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศต้องทำในเฉพาะเขต อีอีซี เท่านั้น ไม่สามารถเปิดวิทยาเขตเพื่อจัดการศึกษานอกพื้นที่ได้ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
 
ที่มา : http://www.naewna.com/business/298105








ข่าวสาร