สปส.เชิญสู่ระบบผู้ประกันตนใหม่

16 ก.พ. 2561

เลขาธิการคณะกรรมการประกันสังคม , นายวิษณุ เครืองาม , รองนายกรัฐมนตรี , นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล , พ.ร.บ. , ประกันสังคม , พ.ร.บ. ประกันสังคม , สปส.



ผู้ประกันตน ตามมาตรา 39 พ.ร.บ. ประกันสังคม ที่เคยออกจากระบบ สามารถกลับมาเป็นผู้ประกันตนได้ใหม่แล้ว โดย นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการประกันสังคม (สปส.) ให้ สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านร่าง พ.ร.บ.การกลับเป็นผู้ ประกันตน (มาตรา 39 หรือผู้ที่ประกันตนเอง) ว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ผู้ประกันตนที่ขาดส่งเงินสมทบจนสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนแล้วจะเข้ามาเป็นผู้ประกันตนได้อีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีคนที่พ้นสภาพไปประมาณ 9 แสนกว่าคน ทั้งนี้คนที่ต้องการกลับเข้ามาในระบบประกันสังคมยื่นเรื่องได้นับตั้งแต่วันที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาจนถึงระยะเวลา 1 ปี หลังลงประกาศแล้ว โดยเอาบัตรประชาชนเพียงใบเดียวไปยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้านได้ ซึ่งในการพิจารณาใช้เวลาไม่นาน หากคนที่เพิ่งพ้นสภาพไปไม่นานการตรวจสอบและอนุมัติทำได้เร็วภายใน 1 วัน แต่คนที่ขาดไปนานและมีข้อสงสัยอาจจะต้องใช้เวลาตรวจสอบ สักระยะแต่ไม่น่าจะเกิน 1 สัปดาห์ ยืนยันว่าระบบประกันสังคมพร้อมแล้ว
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องจ่ายเงินสมทบที่ค้างอยู่ก่อนนี้หรือไม่ถึงจะได้รับสิทธิกลับเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 นพ.สุรเดชกล่าวว่า ไม่ต้องการกลับ เข้ามาไม่มีการเรียกเงินย้อนหลัง ให้เริ่มต้นส่งใหม่ได้เลย เงินที่สะสมอยู่ก็สะสมต่อไป เช่น ถ้าอายุยังไม่ถึง 55 ก็ยังไม่ได้รับเงินนั้น แต่ใครที่รับไปแล้วก็จะเริ่มต้นนับการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ใหม่ ส่วนคนที่ขาดส่งไปในช่วงที่อายุยังไม่เกิน 60 แต่ตอนนี้เกินแล้วอยากกลับเข้ามาก็กลับได้
 
“อันนี้ยังเป็นมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้นที่ให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 เริ่มทำเรื่องขอกลับเข้ามาอยู่ในระบบได้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจาฯ จนถึง 1 ปี แต่ขณะเดียวกันก็ต้องแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม เพื่อให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ที่พ้นสภาพไปแล้ว สามารถกลับเข้ามาได้ตลอด” เลขาธิการ สปส.กล่าว
 
เมื่อช่วงสายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณีการคัดเลือกคณะกรรมการประกันสังคม (สปส.) ที่ยังมีปัญหาติดขัดของหน่วยงาน ว่ายังไม่ทราบถึงสาเหตุว่าทำไมการเลือกตั้งคณะกรรมการฯ ถึงใช้งบประมาณสูงถึง 3,000 ล้านบาท เมื่อทราบตัวเลขจากข่าวก็ตกใจเหมือนกันเพราะตัวเลขดังกล่าวเกือบเท่ากับการเลือกตั้งใหญ่ และหลายคนก็เห็นว่าใช้งบ 200-300 ล้านบาท ก็สามารถเลือกตั้งบอร์ดได้แล้ว
 
ที่มา:ไทยรัฐ
 
https://www.thairath.co.th/content/1205968