ไทยหลุดโผทบทวนจีเอสพี เล็งอ้อนมะกัน เว้นภาษีนำเข้าเหล็ก - อลูมิเนียม

17 เม.ย. 2561        จำนวนผู้เข้าชม 220

ภาษีนำเข้า , กระทรวงการคลัง , อะลูมิเนียม , ภาษีนำเข้าเหล็ก



เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2561 นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมกรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย - สหรัฐฯ (TIFA) ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ไทยได้ขอให้สหรัฐฯ ยกเว้นการใช้มาตรการ 232 ภายใต้กฎหมาย Trade Expansion Act of 1962 โดยไม่ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากไทย เพราะไทยกับสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมายาวนาน และไทยส่งออกและครองส่วนแบ่งตลาดเหล็กและอลูมิเนียมในสหรัฐฯ น้อย อีกทั้งไทยยังมีมาตรการกำกับดูแลไม่ให้เหล็กจากประเทศอื่นมาอ้างสิทธิเป็นเหล็กจากไทยเพื่อส่งออกต่อไปยังสหรัฐฯ รวมทั้งไทยมีการใช้มาตรการทุ่มตลาดกับเหล็กนำเข้าราคาต่ำที่ทะลักเข้าไทย และพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ แก้ไขปัญหาเหล็กส่วนเกินในตลาดโลก
 
นอกจากนี้ ไทยยังได้ขอให้สหรัฐฯ เร่งกระบวนการตรวจสอบด้านสุขอนามัยกับสินค้าส้มโอของไทย เพื่อให้ไทยส่งออกส้มโอไปสหรัฐฯ ได้ ซึ่งสหรัฐฯ แจ้งว่ากระบวนการต่างๆ ใกล้จะเสร็จสิ้นแล้ว หากไม่มีผู้คัดค้าน ไทยน่าจะส่งออกส้มโอไปสหรัฐฯ ได้ภายในปีนี้ ขณะเดียวกัน ยังได้หารือเรื่องที่จะให้กระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ รับรองให้หน่วยงานไทย เช่น กรมการข้าว และกรมวิชาการเกษตรของไทย เป็นหน่วยงานที่ตรวจและออกเครื่องหมายรับรองเกษตรอินทรีย์ของสหรัฐฯ กับสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยได้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ไทยไปตลาดโลก โดยเฉพาะในตลาดที่ให้การยอมรับตราเครื่องหมายรับรองเกษตรอินทรีย์ของสหรัฐฯ
 
ส่วนเรื่องที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้ไทยยอมรับค่าความปลอดภัยของสารเร่งเนื้อแดง (แรคโตพามีน) ในเนื้อหมูและเครื่องใน ตามมาตรฐาน Codex (มาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ) นั้น ไทยชี้แจงให้เห็นว่าจะต้องศึกษาและมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับความปลอดภัยของผู้บริโภค เกี่ยวกับการใช้สารแรคโตพามีน ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะหารือร่วมกันต่อไปในเรื่องการศึกษาและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การประเมินความเสี่ยงต่อผู้บริโภค และการจัดการด้านความปลอดภัยผู้บริโภค เป็นต้น
 
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 61 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ได้ประกาศรายชื่อประเทศที่ต้องถูกทบทวนการต่ออายุสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) เพราะไม่ได้เปิดตลาดและคุ้มครองสิทธิแรงงาน และไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อดังกล่าว เพราะไทยมีแผนปฏิบัติการด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การคุ้มครองแรงงาน ที่มีความคืบหน้ามาก โดยประเทศที่อยู่ในรายการทบทวนและอาจเสี่ยงถูกตัดสิทธิ มี 3 ประเทศ คือ อินเดีย กรณีเปิดตลาดโคนมและอุปกรณ์ทางการแพทย์, อินโดนีเซีย กรณีเปิดตลาดสินค้า บริการและการลงทุน และคาซัคสถาน กรณีการคุ้มครองแรงงานและสิทธิแรงงาน
 
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 เม.ย.61 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศรายชื่อประเทศที่มีการบิดเบือนอัตราแลกเปลี่ยนเงินที่อาจส่งผลกระทบกับสหรัฐฯ ซึ่งจะต้องเฝ้าระวัง และต้องหารือกันอย่างใกล้ชิด 6 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อดังกล่าวเช่นกัน
 
ที่มา : ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/content/1257751