นายกฯ ให้เกียรติร่วมงานการลงนามเอ็มโอยู ระหว่างเทสโก้กับกระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนการพัฒนาสินค้าเกษตรและเอสเอ็มอีไทย โอกาสเยือนสหราชอาณาจักร

22 มิ.ย. 2561        จำนวนผู้เข้าชม 67

สิทธิมนุษยชน , เทสโก้ , 4.0 , กระทรวงพาณิชย์ , คณะรักษาความสงบแห่งชาติ , นายกรัฐมนตรี , คสช. , พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา



เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โอกาสการเยือนสหราชอาณาจักรของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้เกียรติร่วมงาน กรณีกลุ่มเทสโก้ ผู้ทำธุรกิจค้าปลีกลงนามเอ็มโอยูกับกระทรวงพาณิชย์ของไทยในการเชื่อมศักยภาพค้าปลีกสนับสนุนการพัฒนาสินค้าเกษตรและเอสเอ็มอีไทย ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ณ กรุงลอนดอน โดยในการลงนามเอ็มโอยูครั้งนี้ จะมีการร่วมมือพัฒนาผลิตผลทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไทย ก่อนนำไปกระจายในตลาดเมืองไทยและสู่ตลาดสากล พร้อมการเพิ่มมูลค่าสินค้าแบบบูรณาการ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ น.ส.สลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบริษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัส ได้เน้นการพัฒนาเกษตรกรและเอสเอ็มอีไทยอย่างยั่งยืน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ด้วยการรับซื้อผลิตผลทางการเกษตรโดยตรงจากเกษตรกรในประเทศไทย โดยไม่ผ่านคนกลาง ช่วยสร้างรายได้ที่เป็นธรรมและมั่นคงให้กับเกษตรกรต่อเนื่อง และจากการวางแผนรับซื้อผลผลิตล่วงหน้าร่วมกัน จวบจนในปีที่ผ่านมา พ.ศ. 2560 เทสโก้ โลตัส ได้รับซื้อผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์โดยตรงจากเกษตรกร เป็นปริมาณรวมมากกว่า 200,000 ตัน สอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มเทสโก้ ในสหราชอาณาจักร และร้านค้าเครือข่ายอีก 10 ประเทศ ในยุโรป และเอเชีย ที่มีความมุ่งมั่นสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้า เพื่อนพนักงาน ชุมชน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมท้องถิ่นเสมอมา จนนำมาซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างกระทรวงพาณิชย์ และกลุ่มเทสโก้ เพื่อสนับสนุน พัฒนาเกษตรกรและเอสเอ็มอีไทย ให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กลุ่มเทสโก้ ซึ่งเป็นธุรกิจค้าปลีกชั้นนำระดับโลก และเป็นค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ และรัฐบาลไทย โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้ตกลงร่วมมือในการพัฒนาสินค้าประเภทอาหาร จากผลิตผลทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นเกษตรกรและธุรกิจเอสเอ็มอีไทย โดยการบูรณาการกระบวนการสร้างคุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผลักดันให้เกิดการพัฒนาที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ของเศรษฐกิจไทย อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ให้กลุ่มต่างๆ ในสังคม รวมถึงเกษตรกรและธุรกิจเอสเอ็มอีจะได้รับการพัฒนา จนมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนจากการค้าขายกับกลุ่มเทสโก้ ในขณะที่ผู้บริโภคและประชาชนก็จะสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงได้ น.ส.สลิลลา กล่าวต่อว่า ข้อตกลงในการพัฒนาผลผลิตจากเกษตรกรและเอสเอ็มอีไทยสำหรับขายในประเทศไทยและโอกาสส่งออกไปสู่ตลาดสหราชอาณาจักร และเครือข่ายกลุ่มเทสโก้ 10 ประเทศ ประกอบด้วย ธุรกิจของกลุ่มเทสโก้ในประเทศไทย จะร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการรับซื้อผลิตผลทางการเกษตรคุณภาพสูงโดยตรงจากเกษตรกร และ/หรือธุรกิจเอสเอ็มอี เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต และให้ราคาที่เป็นธรรมและยั่งยืนต่อผู้ผลิต จะร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีจริยธรรม เพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน และธำรงไว้ซึ่งมาตรฐาน จะใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารไทยให้มีมาตรฐานในระดับสากล ธุรกิจของกลุ่มเทสโก้ในประเทศไทย จะใช้ ศูนย์นวัตกรรม ซึ่งตั้งขึ้นตามแนวคิดเดียวกันกับศูนย์นวัตกรรมในสหราชอาณาจักร เพื่อพัฒนาสินค้าประเภทอาหารของไทย ให้มีคุณภาพสูง ดีต่อสุขภาพ และมีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง สินค้าที่พัฒนาขึ้นจะนำมาจำหน่ายภายในประเทศไทย และกลุ่มสินค้าที่เหมาะสมสำหรับการส่งออก จะได้รับการสนับสนุนเพื่อส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชีย ยุโรป และสหราชอาณาจักร ในอนาคต ร้านค้าของกลุ่มเทสโก้ในทวีปเอเชีย ยุโรป และสหราชอาณาจักร จะให้การสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายสินค้าและจัดกิจกรรมสนับสนุนการขาย สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารของไทยที่ได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยและทีมงานของเทสโก้ สอดคล้องอย่างยิ่งกับ การผลักดันยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ของกระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ อย่างไรก็ตาม การลงนามข้อตกลงดังกล่าว เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในการเชื่อมโยงศักยภาพของกลุ่ม เทสโก้ กับการพัฒนาสินค้าเกษตรและเอสเอ็มอีไทย เนื่องจากกลุ่มเทสโก้ เป็นหนึ่งในกลุ่มค้าปลีกชั้นนำของโลก มีความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาสินค้าประเภทอาหาร มุ่งเน้นการพัฒนาและจำหน่ายอาหารที่มีคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงได้ รวมถึงมีเครือข่ายร้านค้าสำหรับการขยายตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภคใน 10 ประเทศ ทั้งในยุโรปและเอเชีย ที่ผ่านมา เทสโก้ โลตัส ได้ส่งเสริมการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดต่างประเทศมาโดยตลอด โดยส่งสินค้าไทยไปจำหน่ายร้านค้าของเทสโก้ที่ตั้งอยู่ใน 10 ประเทศทั่วโลก โดยในปี พ.ศ. 2559 สินค้าไทยที่ส่งออกไปจำหน่ายที่ร้านเทสโก้ในประเทศอังกฤษ มีมูลค่า 7,700 ล้านบาท.
ที่มา: ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/content/1314217








ข่าวสาร