ลดภาษีพัก'โฮมสเตย์' ครม.ไฟเขียวกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง กระจายรายได้ลงท้องถิ่น

15 ส.ค. 2561        จำนวนผู้เข้าชม 95

พ.ร.บ. , คณะรัฐมนตรี , ครม.



นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2561 ได้เห็นชอบการปรับปรุงมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง โดยกรณีค่าใช้จ่ายที่พักจากเดิมครอบคลุมเฉพาะโรงแรมที่มีลักษณะตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงแรม และสถานที่พักที่ไม่ใช่โรงแรม ซึ่งได้รับการรับรองจากกรมการท่องเที่ยวและส่วนใหญ่เป็นโฮมสเตย์
 
โดยให้เพิ่มเติมประเภทของที่พักที่ไม่ใช่โรงแรมให้ครอบคลุม โฮมสเตย์ที่ไม่ได้รับการรับรองจากกรมการท่องเที่ยว มีที่พักไม่เกิน 4 ห้องพัก/ครั้ง ไม่เกิน 20 คน แต่ผู้ประกอบการนั้นจะต้องไปขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย
 
นอกจากนี้ เพิ่มเติมกรณีค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว รวมถึงเขตพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรจะประกาศเพิ่มเติม โดยคำแนะนำของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
 
อย่างไรก็ตาม มาตรการเดิมกำหนดให้บุคคลธรรมดานำค่าใช้จ่ายที่จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัด ท่องเที่ยวเมืองรองทั้ง 55 แห่ง สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท มีผลถึงสิ้นปี 2561
 
นายณัฐพร กล่าวว่า  กระทรวงการคลังได้ประเมินว่าการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภายใต้มาตรการนี้ จะทำ ให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 50 ล้านบาท แต่ประโยชน์ที่จะได้รับคือสนับสนุน การท่องเที่ยวสู่ชุมชน ช่วยกระจายรายได้ สู่ท้องถิ่นอันจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็ง ทางเศรษฐกิจชุมชน และทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการ ส่งเสริมให้ประชาชนมีรายได้เสริมจากการให้เช่าที่พัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประเทศ
 
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อให้สอดคล้องกับการส่งเสริมท่องเที่ยวเมืองรองและกระจายรายได้สู่ชุมชน ครม.ยังได้อนุมัติขยายระยะเวลาการดัดแปลงอาคารที่เปลี่ยนการใช้อาคารเพื่อประกอบธุรกิจโรงแรมจากเดิม 2 ปี เป็น 5 ปี  จากที่จะสิ้นสุดในวันที่ 18 ส.ค. 2561 เป็นสิ้นสุดวันที่ 18 ส.ค. 2564
 
อย่างไรก็ตาม ภายใต้มาตรการนี้ได้อนุญาตให้ผู้ที่มีอาคารอยู่แล้ว สามารถนำมาแก้ไขปรับปรุงให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยเพื่อนำไปประกอบธุรกิจโรงแรมได้ แต่พร้อมกันนี้ได้ปรับเกณฑ์ข้อบังคับบางประการ ได้แก่ เดิมมีข้อกำหนดว่าอาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไปต้องปรับปรุงให้เป็นวัสดุทนไฟ ให้แก้ไขเป็นให้อาคารตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไปต้องทำด้วยวัสดุทนไฟ เนื่องจากมีอาคารไม้น้อยกว่า 4 ชั้นที่ไม่สามารถปรับปรุงอาคารให้เป็นวัสดุทนไฟได้ แต่ต้องเพิ่มระบบความปลอดภัยสำหรับอาคารด้วย
 
ที่มา: โพสต์ทูเดย์
www.posttoday.com/economy/560886