พาณิชย์ไฟเขียวต่างชาติลงทุนไทยพ.ย. 262 ล้าน

26 พ.ย. 2561        จำนวนผู้เข้าชม 51



คณะกรรมการการประกอบธุรกิจคต่างด้าวอนุมัติต่างชาติลงทุนในไทย 23 ราย วงเงินลงทุน 262 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 150 คน  ญี่ปุ่น-เนเธอร์แลนด์-สิงคโปร์ครองแชมป์ พร้อมถ่ายทอดเทคโลยีให้คนไทย
 
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมามีมติอนุมัติให้คนต่างด้าว 23 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากประเทศญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และสิงคโปร์ ซึ่งมีการนำเงินเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจกว่า 262 ล้านบาท และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานคนไทย 150 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุน
 
สำหรับธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาต ได้แก่  ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม จำนวน 11 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 167 ล้านบาท คือ บริการให้กู้ยืมเงิน บริการด้านการบริหารจัดการ ติดต่อประสานงาน และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขาย และขนส่งปิโตรเลียม บริการด้านการรับ-ส่งวัตถุดิบ เคมีภัณฑ์  บริการติดตั้ง ซ่อมแซมและบำรุงรักษา เครื่องมือแพทย์      บริการให้เช่าพื้นที่อาคารโรงงานบางส่วน พร้อมทั้งสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากประเทศญี่ปุ่น ลักเซมเบิร์ก และหมู่เกาะเคย์แมน ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า จำนวน 8 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 38 ล้านบาท ได้แก่ บริการตรวจสอบและออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาทางด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศภายในองค์กร บริการรับจ้างผลิตเคมีภัณฑ์ประเภทต่างๆ บริการชุบเคลือบลูกสูบ บริการติดตั้ง ทดสอบการทำงาน ซ่อมแซมบำรุงรักษา และปรับปรุงแก้ไขระบบผลิตและจ่ายไฟฟ้ากำลัง ให้เช่าถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงบริการให้เช่าช่วงพื้นที่โกดังจัดเก็บสินค้า โดยส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ฮ่องกง และ สหราชอาณาจักร
 
ธุรกิจนายหน้า/ค้าปลีก จำนวน 4 ราย มีเงินลงทุนจำนวน 57 ล้านบาท ได้แก่ นายหน้าจำหน่ายห้องเลเซอร์ เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ ชิ้นส่วน และซอฟต์แวร์สำหรับการเชื่อม ตัดและขึ้นรูปโลหะ  การค้าปลีกเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในงานขุดเจาะและงานก่อสร้าง การค้าปลีกเครื่องจักรสำหรับใช้ในการขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์พลาสติก เครื่องจักรผนึกบรรจุภัณฑ์ เครื่องจักรสำหรับบรรจุด้วยระบบสุญญากาศ การค้าปลีกแม่พิมพ์ และอุปกรณ์จับยึดชิ้นงานที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และตัวอย่างชิ้นงานที่ขึ้นรูปแล้ว โดยเป็นคนต่างด้าวจากประเทศสิงคโปร์ สมาพันธรัฐสวิส และญี่ปุ่น
 
การอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในครั้งนี้จะมีผลให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นวิทยาการซึ่งเป็นองค์ความรู้ในแขนงที่คนไทยยังไม่มีความชำนาญหรือมีความเชี่ยวชาญในระดับที่ไม่สูงมากนัก เช่น องค์ความรู้การพัฒนาสารหล่อเย็นสำหรับเครื่องยนต์ ชนิด Inorganic Additive Technology องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิค    การพิมพ์หมึก Evoglide บนผิวลูกสูบ องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี การผลิต และการติดตั้ง ซ่อมแซมบำรุงรักษาระบบผลิตและส่งจ่ายไฟฟ้ากำลัง   องค์ความรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์การแพทย์ (MCP Training)   องค์ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการติดตั้ง ทดสอบ ปรับปรุงซ่อมแซมและบำรุงรักษาของเครื่องจักร อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีและชิ้นส่วนสำหรับการขึ้นรูปโลหะ เป็นต้น   
 
ทั้งนี้ ในเดือนพ.ย. 61  จำนวนธุรกิจที่ได้รับอนุญาตลดลงจากเดือนก่อน 9 ราย คิดเป็น28 %  ขณะที่เงินลงทุนลดลง 1,429 ล้านบาท คิดเป็น 85%  เนื่องจากเดือนต.ค. มีผู้ได้รับอนุญาต ให้ประกอบธุรกิจ ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง คือ บริการให้กู้ยืมเงิน บริการรับค้ำประกันหนี้ และบริการออกแบบทางด้านวิศวกรรม จัดหา ก่อสร้าง ติดตั้งและทดสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม เดือนม.ค.– พ.ย. คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาต จำนวน 252 ราย มีเงินลงทุน 10,733 ล้านบาท และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนปรากฏว่า จำนวนธุรกิจที่ได้รับอนุญาตลดลง 10 ราย คิดเป็น 4%   ขณะที่เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 3,631 ล้านบาท  เนื่องจากมีต่างชาติลงทุนประกอบธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง เช่น บริการออกแบบทางวิศวกรรมและติดตั้งเหล็กโครงสร้างรูปพรรณและผลิตภัณฑ์คอนกรีต บริการออกแบบ จัดหา ก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ เป็นต้น
 
ที่มา:เดลินิวส์
https://www.dailynews.co.th/economic/679228