"ดัชนีผลิตผลิตอุตฯยังทรุดต่อ ลุ้นครม.ใหม่คลอดแพคเกจกระตุ้นกำลังซื้อ"

31 ก.ค. 2562        จำนวนผู้เข้าชม 959



"ดัชนี MPI เดือนมิ.ย.ติดลบ 5.54 % ยกเว้นกลุ่มเครื่องปรับอากาศ -ปาล์ม -เบียร์ ยังโตสวนทางเศรษฐกิจ หวังภาพรวมปรับตัวดีขึ้นหลังมีรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อนสร้างกำลังซื้อในประเทศ"
 
นายอดิทัต วะสีนนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมิถุนายน 2562 ลดลง 5.54% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน มีปัจจัยมาจากผลกระทบเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ชะลออย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในไตรมาสที่ 2 ลดลง 2.64% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนี MPIได้แก่ รถยนต์และเครื่องยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง น้ำมันปิโตรเลียม Hard Disk Drive และเครื่องประดับแท้ สาเหตุหลักมาจากความต้องการบริโภคภายในประเทศและคำสั่งซื้อจากตลาดต่างประเทศชะลอตัวลง ยกเว้นน้ำมันปิโตรเลียมที่มีการซ่อมบำรุงโรงกลั่นตามวาระการตรวจซ่อมบำรุงครั้งใหญ่
 
ขณะที่อุตสาหกรรมหลักที่ยังคงขยายตัวในเดือนมิถุนายน ได้แก่ 1. น้ำมันปาล์ม ขยายตัวเพิ่มขึ้น 44.79% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ที่ได้มีการลงนามสัญญาซื้อขายน้ำมันปาล์มของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และมาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล บี20 เพิ่มขึ้น
2.เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.64% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากตลาดในประเทศและเนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด รวมถึงตลาดส่งออกได้รับคำสั่งซื้อจากประเทศเวียดนาม สหรัฐและญี่ปุ่น 3.เภสัชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค ขยายตัวเพิ่มขึ้น 18.05% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากการผลิตเต็มกำลังของเครื่องจักรใหม่ของผู้ผลิตตามความต้องที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดยมีการเร่งผลิตและส่งมอบตามการประมูลงานในโรงพยาบาล และการขยายตลาดส่งออกได้เพิ่มขึ้น
4.เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำดื่ม ขยายตัวเพิ่มขึ้น 7.86 % เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากน้ำอัดลม น้ำโซดา น้ำชา และน้ำดื่มให้พลังงาน ที่ผู้ผลิตออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และการปรับขนาดบรรจุภัณฑ์ให้มีความหลากหลายเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น 5.เบียร์ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 7.06% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ลดปริมาณแอลกอฮอล์ลง (เบียร์ 0%) เพื่อขยายตลาด รวมถึงการเร่งผลิตสต๊อกสินค้าเพื่อปิดปรับปรุงเครื่องจักรบางส่วนของผู้ผลิต
 
นายอดิทัต กล่าวว่า ภายหลังมีรัฐบาลใหม่เข้ามาการขับเคลื่อนจะทำได้อย่างเต็มตัว ซึ่งคาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นต่างๆจะดีขึ้น ประกอบกับมาตรการที่รัฐบาลจะนำมาใช้ น่าจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ ด้านกระทรวงการคลังอาจมีแพคเกจต่างๆ หรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะช่วยเรื่องภัยแล้ง หากมีมาตรการออกมาจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศได้ อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามแนวโน้มดัชนีเดือน ก.ค. เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัว โดยเดือนกรกฏาคมอาจยังติดลบแต่ไม่เหมือนเดือนมิถุนายน ต้องยอมรับว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็ว
 
ที่มา:โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/economy/596266