นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออก (EEC)

05 ก.พ. 2561        จำนวนผู้เข้าชม 386

การค้า การลงทุน , ด้านอุตสาหกรรม , ด้านการเกษตร , การท่องเที่ยว , ภาคเอกชน , ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , ระบบขนส่งสาธารณะ , โครงข่ายถนน , นายกรัฐมนตรี , ครม. , นายกฯ , eec , พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา , ครม.สัญจร



ในนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2561) เวลา 20.30 น. ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม โรงแรมมณีจันท์ รีสอร์ท ตำบลพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ร่วมกับภาคเอกชน ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพิจารณาแนวทางการพัฒนาภาคตะวันออกซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยมี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ซึ่งสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

ที่ประชุม ได้มีการพิจารณาเพื่อขอให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการและกิจกรรม 6 ด้าน ดังนี้

  1. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ขอรับการสนับสนุน 4 เรื่อง ประกอบด้วย

1.1 โครงข่ายถนน ได้แก่

1) การศึกษาออกแบบก่อสร้างถนน จำนวน 5 เส้นทาง ดังนี้ (1) เส้นทางเฉลิมบูรพาชลทิศ (อู่ตะเภา - ชลบุรี - ระยอง - จันทบุรี) เพื่อการท่องเที่ยว (2) เส้นทางเลียบชายทะเลจังหวัดชลบุรี ส่วนต่อขยาย(เชื่อมต่อบูรพาวิถี - บางทราย) เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร และส่งเสริมการท่องเที่ยว (3) เส้นทางสาย ค1 ผังเมืองรวมเมืองบ้านบึง เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร (4) เส้นทางเชื่อมขุนด่านปราการชล ช่วงแยกศรีนาวา - หินตั้ง จังหวัดนครนายก เพื่อการท่องเที่ยว และ (5) เส้นทางตัดใหม่จากแยก 3259 - จุดผ่อนปรนบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว

2) ขอรับการสนับสนุนการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เส้นทางโดยการเพิ่มช่องทางจราจรรองรับการพัฒนา จำนวน 6 เส้นทาง ดังนี้ (1) เส้นทางเขาไร่ยา - แพร่งขาหยั่งจังหวัดจันทบุรี เพื่อสนับสนุนการขนส่งและการท่องเที่ยวเขาคิชกูฏ (2) เส้นทางบ้านป่าวิไล - ด่านชายแดนบ้านแหลม จังหวัดจันทบุรี เพื่อรองรับการค้าชายแดน (3) เส้นทางนครนายก - บางหอย - บ้านสร้าง - พนมสารคาม เพื่อสนับสนุนการขนส่ง (4) เส้นทางคลองหลวงแพ่ง - ปราจีนบุรี เชื่อมจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อสนับสนุนการขนส่งและอุตนหากรรม (5) เส้นทางปราจีนบุรี - ศรีมหาโพธิ เพื่อสนับสนุนการขนส่งและอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี และ (6) เส้นทางบางบุตร - ชุมแสง จังหวัดระยอง เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงจังหวัดระยองกับพื้นที่ EECi ในอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง

1.2 ระบบขนส่งสาธารณะ ขอให้มีการศึกษาออกแบบรถไฟทางคู่สายระยอง - จันทบุรี - ตราด เพื่อเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ - ระยองเพิ่มเส้นทางรถไฟโดยสารด่วนพิเศษ (sprinter) สายกรุงเทพฯ - อรัญประเทศ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนระหว่างกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรีและสระแก้ว และให้มีการศึกษาเพื่อจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนเพื่อเชื่อมโยงสถานีรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ - ระยอง กับแหล่งท่องเที่ยวอุตสาหกรรม และแหล่งชุมชน ในพื้นที่เมืองพัทยา ศรีราชา และแหลมฉบัง เป็นต้น  

1.3 น้ำอุปโภคบริโภค ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคขยายการให้บริการน้ำประปาโดยนำน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชล มาผลิตเป็นน้ำประปา และขยายเขตจ่ายน้ำให้กับประชาชนด้วยการเพิ่มสถานี เพิ่มแรงดันและวางท่อจ่ายน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ เป็นต้น   

1.4 ไฟฟ้า ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บรรจุแผนปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงสูงที่มั่นคง ทนภาระทางไฟฟ้าที่หนัก ในปี พ.ศ. 2561 - 2562

  1. ด้านอุตสาหกรรม การค้า การลงทุน และการค้าชายแดน ขอรับการสนับสนุนดังนี้  

2.1 ยกระดับด่านชายแดนท่าเส้น อำเภอเมืองตราด เป็นจุดผ่านแดนถาวร  

2.2 ขอให้พัฒนาจังหวัดจันทบุรี เป็นนครอัญมณีศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก  ส่งเสริมพัฒนาการออกแบบเครื่องประดับ พร้อมสนับสนุนสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนผู้ผลิตอัญมณี  

2.3 การบริหารท่าเทียบเรือแหลมฉบับฝั่งบี

  1. ด้านการเกษตร ขอให้มีการพัฒนาผลไม้คุณภาพปลอดภัยอย่างครบวงจร ทั้งต้นทาง กลางทางและปลายทาง เพื่อให้ผลไม้ของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เป็นศูนย์เจรจาธุรกิจเพื่อซื้อขายผลไม้ภาคตะวันออก และศูนย์ซื้อขายผลไม้ทั้งในระบบออนไลน์และออฟไลน์
  1. ด้านการท่องเที่ยว ขอรับการสนับสนุนและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้โมเดลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ การออกแบบปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางจักรยานเพื่อท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชิงนิเวศและเชิงชุมชน ในพื้นที่ท่องเที่ยวของภูมิภาคแถบภาคตะวันออก รวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 2 แห่ง คือ เมืองโบราณดงละคร และหมู่บ้านไทยพวนจังหวัดนครนายกการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรองด้วยกิจกรรม MICE และขอสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการท่องเที่ยว และโรงแรมภาคตะวันออกเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน
  1. ด้านคุณภาพชีวิต ขอรับการสนับสนุน ดังนี้ (1) ยกระดับโรงพยาบาลปลวกแดง จังหวัดระยอง จากโรงพยาบาลชุมชนประจำอำเภอ เป็นโรงพยาบาลขนาด 100 - 120 เตียง เพื่อรองรับแรงงานในนิคมอุตสาหกรรม (2) พิจารณาจัดสรรอัตรากำลังบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลมาบตาพุด จังหวัดระยอง (3) การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านอุบัติเหตุฉุกเฉินและโรคหัวใจ เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกของโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี และโรงพยาบาลศูนย์ชลบุรี (4) การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านอุบัติเหตุฉุกเฉินเพื่อรองรับการขยายตัวของ EEC และการท่องเที่ยว ของโรงพยาบาลศูนย์ชลบุรี จังหวัดชลบุรี (5) การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดนครนายก (6) การพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินครบวงจรของ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ จังหวัดปราจีนบุรี
  1. ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอรับการสนับสนุน ดังนี้ (1) ระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียในอำเภอปลวกแดง และเขตควบคุมมลพิษ จังหวัดระยอง (2) ขอให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศึกษาการขุดลอกแม่น้ำบางปะกองจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อแก้ไขปัญหาแม่น้ำตื้นเขิน และศักยภาพการขนส่งพืชผลทางการเกษตรทางน้ำ (3) ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาช้างป่าที่ออกมารบกวนประชาชนนอกพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์ ของป่ารอยต่อ 5 จังหวัด และ (4) ขอรับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การระบายน้ำ ระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยาอย่างครบวงจร
 
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกข้อเสนอที่ต้องการให้รัฐบาลส่งเสริมสนับสนุน โดยเบื้องต้นได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาและศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้เกิดความเหมาะสม คุ้มค่ากับงบประมาณของแผ่นดิน และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในแต่ละพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
 
ที่มา : รัฐบาลไทย
http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/9872