ผุดไฮสปีดออก - ตก เชื่อมตาก - มุกดาหาร

20 มี.ค. 2561        จำนวนผู้เข้าชม 216

ไทยแลนด์ 4.0 , ยุคดิจิทัล , สมาร์ทซิตี้ , โครงการรถไฟความเร็วสูง , thailand taking off to new heights , บีโอไอ , เศรษฐกิจ , รถไฟทางคู่ , ครม.



นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษงานสัมมนา Thailand Taking off to New Heights จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งมีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมกว่า 3,000 คน ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลต้องการให้นักลงทุนไทยและต่างประเทศเข้าร่วมลงทุนใน 3 กลุ่มใหญ่ เพื่อพลิกโฉมระบบเศรษฐกิจไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
 
กลุ่มที่ 1 โครงการลงทุนขนาดใหญ่จะยกขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศทางด้านกายภาพ เช่น โครงการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 10 เส้นทาง ระยะทางรวม 464 กม. เหลือโครงการที่กำลังจะเปิดประมูลอีก 9 ช่วงตอน วงเงินเกือบ 4 แสนล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าในต่างจังหวัด รวม 4 จังหวัด มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท ที่จะเริ่มต้นในช่วง 2 ปีข้างหน้า รถไฟทางคู่เตรียมประมูล 10 สาย วงเงินรวม 2.8 แสนล้านบาท
 
นอกจากนี้ รัฐบาลต้องการเชิญ ต่างชาติมาร่วมลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อมภาคตะวันตก - ตะวันออก (East-West Corridor) จาก ตาก - มุกดาหาร ซึ่งให้เกาหลีใต้ศึกษาความเป็นไปได้โครงการเสร็จแล้ว เหลือเพียงกระทรวงคมนาคมประกาศแนวทางการลงทุน
 
สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน กรุงเทพฯ - หนองคาย เริ่มต้นก่อสร้างระยะแรกแล้ว โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ - หัวหิน กำลังร่าง ทีโออาร์ โดยรวมโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดปี 2560 - 2564 จะลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท ส่วนโครงการลงทุนด้านไฟฟ้าปี 2561 - 2565 วงเงิน 7 แสนล้านบาท
 
กลุ่มที่ 2 การลงทุนในอีอีซี มีโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ - ระยอง เชื่อม 3 สนามบิน วงเงิน 2.36 แสนล้านบาท โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน วงเงิน 2 แสนล้านบาท โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงท่าอากาศยาน อู่ตะเภา ระยะที่ 1 ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 มูลค่า 1.1 แสนล้านบาท ตลอดจนโครงการลงทุนเขตนวัตกรรม โครงการสมาร์ทโลจิสติกส์ฮับ
 
กลุ่มที่ 3 โครงการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัล หรือกลุ่มขับเคลื่อนสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องการลงทุนด้านสมาร์ทซิตี้ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
 
รองนายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า รัฐบาลร่วมกับภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศได้ทำให้ไทยพ้นความชะลอตัวทางเศรษฐกิจและมีการพัฒนาในหลากหลายมิติ โดยตัวเลขดีขึ้นทุกตัว อาทิ นักท่องเที่ยวเพิ่มจาก 29.9 ล้านคน ในปี 2558 เป็น 35.4 ล้านคน ในปี 2560
 
"สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่าไทยมีศักยภาพและมีโอกาสก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลาง การท่องเที่ยวและศูนย์กลางการบินของ อนุภูมิภาค ถ้าไม่มีปรากฏการณ์นอกเหนือการคาดหมายมาทำให้สะดุด มั่นใจว่าผลจากโครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่ดำเนินการอยู่ และจะขับเคลื่อนต่อไปอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องในอีก 3 - 4 ปีข้างหน้า โฉมหน้าเศรษฐกิจไทยจะเปลี่ยนสู่ยุคใหม่ในระดับการพัฒนาที่สูงขึ้น และพร้อมเป็นศูนย์กลางการลงทุน การคมนาคมขนส่ง และการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน" นายสมคิด กล่าว
 
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) กล่าวว่า ในวันที่ 20 มี.ค. จะเสนอแผนการพัฒนาการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ จากนั้นจะเร่งออกร่างขอบเขตการประมูลภายในเดือน มี.ค.นี้
 
ที่มา : โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/economy/544970