‘ออมสิน’ เปิดตัวนอนแบงก์ต้นปี 64 ร่อนจดหมายชวน ‘25 ผู้ประกอบการ’ ตั้งบ.ร่วมทุน

Sep 21, 2020        View 344



“ออมสิน” ร่อนหนังสือถึงนอนแบงก์ 25 ราย ชวนยื่นข้อเสนอตั้งบริษัทร่วมทุน ลุยธุรกิจสินเชื่อนอนแบงก์ เตรียมเปิดตัวปีหน้า เงื่อนไขต้องคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 18% โดยผู้ร่วมทุนจะได้ต้นทุนการเงินที่ถูกลงจากแบงก์ เตรียมเปิดตัวไตรมาสแรกปีหน้า
 
หลังจากธนาคารออมสินประกาศเดินหน้าธุรกิจนอนแบงก์ ผ่านการจำนำทะเบียนรถยนต์ เพื่อกดอัตราดอกเบี้ยในธุรกิจนี้ รวมถึง หนี้นอกระบบให้เหลือราว 18% ต่อปี เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย โดยธุรกิจดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์การเงินที่จะสนับสนุนให้ธนาคารเป็นธนาคารเพื่อสังคมมากขึ้น
 
ล่าสุดธนาคารออมสินส่งหนังสือไปยังผู้ประกอบธุรกิจนอนแบงก์ราว 25 รายในระบบเพื่อแจ้งความจำนงที่จะขอร่วมทำธุรกิจภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดและเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เพื่อเปิดตัวธุรกิจให้ได้ในไตรมาสแรกของปีหน้า
 
นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายว่า การทำธุรกิจนอนแบงก์ผ่านการจำนำทะเบียนรถยนต์ จะสามารถเปิดตัวได้ในไตรมาสแรกของปีหน้า โดยขณะนี้ เราจะส่งหนังสือไปยังผู้ประกอบธุรกิจนอนแบงก์ที่ทำธุรกิจจำนำทะเบียนทั้งหมด 25 รายจาก 50 รายในระบบ เพื่อเชิญให้ส่งข้อเสนอเข้ามาร่วมทำธุรกิจดังกล่าวกับเรา
 
สำหรับแนวทางการร่วมทำธุรกิจนั้น อาจจะเป็นการตั้งธุรกิจใหม่ หรืออาจจะเป็นการถือหุ้นในบริษัทเขาก็ได้ โดยออมสินได้เชิญเข้ามา และ ตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน เข้ามาประเมินข้อเสนอ แต่หากข้อเสนอไม่ดี ธนาคารก็มีแผนจะจัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นมาเอง
 
สิ่งที่ผู้ร่วมธุรกิจจะได้ คือ เขาจะได้สินเชื่อต้นทุนที่เหมาะสม จะได้เครือข่ายสาขาของเรา และจะได้ฐานลูกค้าเรา แต่เราจะได้ระบบ ความเชี่ยวชาญ และจะได้การก้าวกระโดดของการทำธุรกิจ ทำให้เราไม่ต้องเริ่มทำธุรกิจเอง ซึ่งคนออมสินทำไม่เป็น ถ้าจะทำธุรกิจให้ได้ดี ต้องมีอิมแพค และต้องทำธุรกิจให้เหมือนนอนแบงก์ทำจริงๆ
 
“เราอาจจะเข้าไปถือหุ้น 49%หาคนมาอีก 2%แต่ยังไม่รู้ว่า อะไรเป็นจุดที่ดีที่สุด แต่จะส่งเชิญไป และให้เขาเสนอมา ดูข้อเสนอที่ดีที่สุด จะเอาอันนั้น ถ้าดูแล้ว ไม่มีอะไรดีเลย เราจะทำเอง แต่วันนี้ หวังว่า เท่าที่มีคนมาเสนอนะ ผมก็คิดว่า มีคนอยากได้ออมสินไปร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจที่เราจะเลือก จะต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มั่นคงและโปร่งใส”
 
เขากล่าวด้วยว่า หนึ่งในเงื่อนไขที่เราเสนอ คือ การปล่อยสินเชื่อในธุรกิจนี้ จะต้องคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 18%โดยที่ผู้ร่วมธุรกิจของเราจะได้แหล่งทุนจากเราในอัตราต่ำ แต่จะต้องไม่ทำให้เราขาดทุน โดยอาจจะบวกที่ 1.5%เป็นต้น
 
“ผู้ร่วมธุรกิจเขาจะได้ต้นทุนการเงินที่ถูกลง แต่ผมไม่ได้ขาดทุน โดยอาจจะบวก ที่ 1.5%แต่เขาก็ได้ปริมาณและมูลค่าสินเชื่อที่ใหญ่ขึ้น ส่วนผมก็ไม่เสี่ยง เพราะเอาพอร์ตมาเป็นหลักประกัน และผมถือหุ้น สามารถคอนโทรลความเสี่ยงได้ เหมือนปล่อยสินเชื่อปกติ”
 
เขายังกล่าวถึงแผนการออกผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ เพื่อสนับสนุนการเป็นธนาคารเพื่อสังคมอีกว่า ธุรกิจรับขายฝาก เป็นอีกหนึ่งในธุรกิจที่อยู่ในแผน ซึ่งอาจจะทำได้เร็วกว่าธุรกิจจำนำทะเบียนรถยนต์ โดยธุรกิจขายฝากนี้ จะเข้ามาช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน แต่ไม่สามารถนำไปขาย หรือ ขอกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสภาพคล่องในขณะนี้ได้ ขณะที่ ทางเลือกในการขายฝาก จะเป็นต้นทุนที่สูงและเป็นปัญหาที่ทำให้เอสเอ็มอีถูกยึดทรัพย์ได้
 
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/news/detail/898707?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=finance