ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งเหว ผวาเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่ง! เฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง

May 13, 2022        View 56



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ค.65 ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงอย่างหนัก หลังสหรัฐฯประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือน เม.ย. ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ทำให้นักลงทุนประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วและแรงขึ้นกว่าเดิม เพื่อสกัดเงินเฟ้อในการประชุมเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้เงินสภาพคล่องในโลกลดลง ทำให้มีแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมา โดยเฉพาะตลาดหุ้นและส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงอย่างหนัก
 
ขณะที่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี (Crypto currency) ปั่นป่วนผันผวนหนัก โดยราคาเหรียญหลักๆถูกเทขายปรับตัวลงแรง รวมทั้งราคาหุ้นที่เกี่ยวกับธุรกิจคริปโตโดนถล่มอย่างหนัก โดยกระแสเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง กลับเข้าพักในตลาดตราสารหนี้ยุโรปและตราสารหนี้สหรัฐฯ รวมทั้งทองคำที่ราคาปรับขึ้นมา อย่างไรก็ตาม สาเหตุสำคัญที่จะเป็นปัจจัยทำให้เงินเฟ้อมีโอกาสทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องคือ สงครามยูเครน-รัสเซีย ที่ดูเหมือนจะมีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่องและยังไม่มีทีท่าจะยุติลงง่ายๆ กดดันให้ราคาพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซปรับตัวขึ้น เป็นต้นเหตุให้เงินเฟ้อสูงต่อเนื่อง
 
ทั้งนี้ เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน เม.ย. ที่ประกาศออกมา เพิ่มขึ้น 8.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 8.1% และมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง กดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวลงมาทำจุดต่ำสุดในรอบ 1 ปีใหม่ ทั้งดัชนีดาวโจนส์ และแนสแดก เนื่องจากความกังวลต่อต้นทุนวัตถุดิบที่ยืนอยู่ระดับสูงนาน และการใช้นโยบายการ เงินของเฟดมีโอกาสเข้มข้นขึ้น ส่งผลกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทุกชนิด โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีใน Nasdaq รวมทั้งตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียทุกตลาดปรับตัวดิ่งลงอย่างรุนแรง เรียกว่าตลาดหุ้นแดงเดือดทั้งโลก
 
ขณะที่เหรียญ Bitcoin ซึ่งมีความสัมพันธ์กับหุ้นเทคสูง ก็ปรับตัวดิ่งลงหลุดระดับแนวรับที่สำคัญที่ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐฯไปแล้ว ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. ราคาลงมาอยู่ที่ 28,519.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยลงไปต่ำสุด 26,500.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งเหรียญ Ethereum ดิ่งลงแรงเกือบหลุด 2,000 ดอลลาร์
 
ด้านราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 12.7 ดอลลาร์ หรือ 0.69% ปิดที่ 1,853.7 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยนักลงทุนกลับเข้ามาซื้อทองคำจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อสหรัฐฯที่พุ่งสูงขึ้น
 
สำหรับตลาดหุ้นไทยวันที่ 12 พ.ค.65 ถูกแรงเทขายออกมาอย่างหนักตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ กดดัชนีหลุดแนวรับสำคัญที่ 1,600 จุด ลงมาอย่างง่ายดาย โดยระหว่างวันดัชนีลงไปต่ำสุดที่ 1,580.10 จุด ลดลง 33.34 จุด ก่อนมาปิดทำการที่ระดับ 1,584.52 จุด ลดลง 28.82 จุด ทำจุดต่ำสุดในรอบ 5 เดือน ขณะที่ มีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 92,528.09 ล้านบาท
 
 
ฝ่ายวิจัย บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงแรง เป็นไปตามตลาดหุ้นทั่วโลก โดยปัจจัยสำคัญคือแนวโน้มสภาพคล่องทั่วโลกที่จะลดลงจากทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯที่เป็นขาขึ้น และคาดว่าเฟดจะเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อในการประชุมเดือน มิ.ย.นี้ สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะกลางและยาว มองว่าความเสี่ยงโดยรวมยังเป็นเรื่องของเศรษฐกิจที่อาจกลับมาชะลอตัว โดยมองแนวรับแรกที่ 1,580-1,550 จุด ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงอย่างหนักนี้ สามารถเข้าไปลงทุนหรือเพิ่มสัดส่วนการลงทุนได้ โดยเลือกหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง แต่หากตลาดลงต่อแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,530-1,500 จุด
 
ด้าน บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า นอกจากปัจจัยลบเรื่องเงินเฟ้อสูงและการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯแล้ว ตลาดหุ้นไทยยังกำลังรอลุ้นผลการประกาศน้ำหนักการคำนวณของดัชนี MSCI ว่าจะมีหุ้นไหนเข้า-ออก รวมทั้งน้ำหนักของตลาดหุ้นไทยโดยรวมว่าจะถูกลดหรือเพิ่มขึ้นหรือไม่.
 
  
 
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์
 








NEWS