รูปภาพจาก Thaipost
รัฐบาลเดินหน้าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ดันจีดีพีให้แตะเป้า 3 - 3.5% โดยมีโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 และมาตรการอื่น ๆ รวมวงเงินกว่า 2.6 แสนล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่ช่วงครึ่งปีหลังมุ่งเน้นการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยกระทรวงการคลังจะนำเสนอแผนการเร่งรัดเศรษฐกิจ รวมถึงความคืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้
เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ
เป้าหมายเพิ่มการเบิกจ่ายงบลงทุนจาก 75% เป็น 80%
คาดว่าจะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบอีก 4.65 หมื่นล้านบาท เพิ่มจีดีพี 0.11%
ติดตามโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3
เบิกจ่ายในไตรมาสที่ 2 วงเงิน 1.6 แสนล้านบาท
คาดว่าจะช่วยเพิ่มจีดีพีปีนี้ได้อีก 0.1%
เร่งลงทุนโครงการบ้านเพื่อคนไทย
คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุน 830 ล้านบาท
ส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างและเชื่อมโยงการผลิต
กระตุ้นการท่องเที่ยวและอีเวนต์ระดับประเทศ
เตรียมรับนักท่องเที่ยวเพิ่มอีก 5 แสนคน
มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ คาดว่าจะเพิ่มจีดีพี 0.15%
ส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะ Data Center และ Cloud Region
คาดว่าเม็ดเงินลงทุนปีนี้ไม่ต่ำกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท
หนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้แข็งแกร่งขึ้น เพิ่มจีดีพี 0.19%
รัฐบาลเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 2.6 แสนล้านบาท เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่
โครงการแจกเงินผู้สูงอายุ 10,000 บาท โอนสำเร็จแล้ว 2.8 ล้านคน คิดเป็นเงินหมุนเวียน 2.8 หมื่นล้านบาท
โครงการ Easy E-Receipt คาดว่ามีเม็ดเงินหมุนเวียน 7 หมื่นล้านบาท
โครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน (SML) วงเงิน 11,900 ล้านบาท
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยมี 2 โครงการสำคัญที่มีวงเงินเบิกจ่ายเกิน 1 หมื่นล้านบาท ได้แก่
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (กรุงเทพฯ - นครราชสีมา) เบิกจ่าย 14,722.7 ล้านบาท
โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน - ราษฎร์บูรณะ) เบิกจ่าย 12,393.7 ล้านบาท
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอให้รัฐบาลกำหนดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นยุทธศาสตร์ เช่น:
กำหนดให้เงินดิจิทัลวอลเล็ตใช้ซื้อสินค้าที่มี local content สูง เพื่อลดการรั่วไหลไปยังสินค้านำเข้า
เพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างจากเอสเอ็มอีไทย จาก 15% เป็น 50% ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนล้านบาทต่อปี
กระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้ทั่วประเทศ ไม่ให้กระจุกตัวเฉพาะเมืองหลัก
รัฐบาลเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการอัดฉีดเงินกว่า 2.6 แสนล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมวางแผนส่งเสริมการลงทุนและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคเอกชนเสนอให้รัฐกำหนดเงื่อนไขเพื่อให้เงินหมุนเวียนในประเทศมากขึ้น คาดว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยผลักดันจีดีพีปีนี้ให้ขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 3 - 3.5%
เศรษฐกิจไทย ดิจิทัลวอลเล็ต กระตุ้นเศรษฐกิจ GDP ลงทุน SME ข่าวเศรษฐกิจ