ข่าวสารธุรกิจ

ธนาคารโลกแนะนำการปฏิรูปภาษีและขึ้น VAT เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ธนาคารโลก (World Bank) ได้เปิดเผยรายงานติดตามเศรษฐกิจไทยประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะเติบโตที่ร้อยละ 2.6 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม สาเหตุหลักมาจากการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกินคาดในหลายๆ ด้าน อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงช้ากว่าประเทศในอาเซียน และอัตราการเติบโตยังคงต่ำกว่าระดับศักยภาพที่แท้จริงของประเทศ

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2568

ธนาคารโลกมองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้นและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตที่ร้อยละ 2.9 ในปี 2568 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะการชะลอตัวของการค้าและการส่งออกที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีน

ปัญหาด้านการคลังและการขาดดุลงบประมาณ

ธนาคารโลกยังได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาด้านการคลังของไทย โดยระดับหนี้สาธารณะของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 63.3 ของ GDP ในปี 2567 เป็นร้อยละ 64.8 ในปี 2568 เนื่องจากการขยายตัวของการขาดดุลงบประมาณจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ่ายเงินอุดหนุนต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการคลังสูงขึ้น

ข้อเสนอแนะในการปฏิรูปภาษีและเพิ่มรายได้ภาครัฐ

ธนาคารโลกเสนอว่าไทยควรดำเนินการปฏิรูปภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ภาครัฐ รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะการปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และขยายฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บรายได้จากภาษี นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ลดแรงจูงใจทางภาษีที่ไม่จำเป็นและขยายการเก็บภาษีความมั่งคั่ง

การปรับลดการอุดหนุนพลังงานเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางการคลัง

หนึ่งในข้อเสนอที่สำคัญคือการปรับลดการอุดหนุนพลังงานที่ไม่เป็นธรรมและไม่สามารถกระจายรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยธนาคารโลกแนะนำให้เน้นการช่วยเหลือทางสังคมที่มุ่งเป้าหมาย เช่น การโอนเงินช่วยเหลือให้กับครัวเรือนที่ยากจน เพื่อให้สามารถบรรเทาผลกระทบจากความยากจนได้อย่างตรงจุด

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและทุนมนุษย์

ธนาคารโลกยังเสนอให้ไทยเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนและสร้างการเติบโตในระยะยาว

สรุป

ในภาพรวม ธนาคารโลกมองว่าเศรษฐกิจไทยต้องการการปฏิรูปในหลายด้าน ทั้งการเพิ่มรายได้จากภาษี การลดการอุดหนุนพลังงานที่ไม่เป็นธรรม และการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและทุนมนุษย์ เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางการคลังและขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ธนาคารโลก เศรษฐกิจไทย ปฏิรูปภาษี เพิ่มVAT หนี้สาธารณะ การคลัง ดิจิทัลวอลเลต การลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน ภาษี ความยั่งยืนทางการคลัง เศรษฐกิจเติบโต ปฏิรูปเศรษฐกิจ