ข่าวสาร

กำแพงภาษีทรัมป์ 2.0: ทางออกหรือปัญหาของเศรษฐกิจโลก?

“กำแพงภาษีทรัมป์ 2.0: ความท้าทายใหญ่ของเศรษฐกิจอเมริกาและโลก”

กุมภาพันธ์ 2025 - ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลทรัมป์ในครั้งนี้ที่ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดาถึง 25% (ยกเว้นน้ำมันแคนาดา) และภาษี 10% ต่อสินค้าจากจีน เช่น ยาเฟนทานิล และสินค้าจากแรงงานผิดกฎหมาย ท่ามกลางคำเตือนจากหลายฝ่ายว่า นโยบายภาษีดังกล่าวอาจนำไปสู่ผลกระทบที่ไม่คาดคิดทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมือง

ไม่ใช่ทางออก

แม้ทรัมป์จะยืนยันว่า การตั้งกำแพงภาษีจะช่วยลดการขาดดุลและเพิ่มการจ้างงาน แต่ผู้นำภาคอุตสาหกรรมและบริษัทต่างๆ กลับออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า นโยบายนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่ทรัมป์กล่าวถึงจริงๆ โดยเฉพาะในเรื่องแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและการแพร่ระบาดของยาเฟนทานิล John Murphy จากหอการค้าอเมริกันกล่าวว่า "กำแพงภาษีไม่ใช่คำตอบ" และยังทำให้สินค้าภายในประเทศมีราคาสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นจากเม็กซิโกและแคนาดา เช่น ผักผลไม้และวัสดุก่อสร้างที่ราคาอาจพุ่งขึ้นทันที

ผลกระทบที่หนักหน่วง

การตั้งกำแพงภาษีนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของราคาสินค้าเท่านั้น แต่ยังสร้างผลกระทบใหญ่ต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ Jay Timmons จากสมาคมอุตสาหกรรมแห่งชาติ (National Association of Manufacturers) เตือนว่า “การตั้งภาษีจะทำร้ายความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม” โดยเฉพาะโรงงานขนาดกลางและเล็กที่ต้องรับภาระหนักในการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์หรือวัสดุก่อสร้างที่อาจแพงขึ้นจนกระทบการดำเนินธุรกิจ

 

Make America Great Again

เครดิตภาพ https://whyy.org

สงครามการค้า: ไม่มีใครชนะ

คำเตือนอีกประการที่หลายฝ่ายย้ำคือ ไม่มีใครได้ประโยชน์จากสงครามการค้า การขึ้นภาษีสินค้าจีนและประเทศคู่ค้าอื่นๆ อาจทำให้การขาดดุลการค้าลดลง แต่ Brian Bethune นักเศรษฐศาสตร์จาก Boston College ชี้ว่า การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ยังเป็นผลจากความต้องการสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงกว่าการส่งออกไป ซึ่งการตั้งกำแพงภาษีอาจไม่ได้แก้ปัญหานี้ แต่กลับทำให้เกิดความตึงเครียดในเศรษฐกิจโลก

คำเตือนจากทั่วโลก

การตั้งกำแพงภาษีได้สร้างความขัดแย้งไม่เพียงแต่ในสหรัฐฯ แต่ยังส่งผลกระทบไปทั่วโลก เช่น นายกรัฐมนตรีแคนาดา Justin Trudeau ที่เตือนว่า การตั้งภาษีจะทำให้สินค้าในประเทศแพงขึ้น โดยเฉพาะในหมวดอาหาร ข้าวของในร้านชำและน้ำมัน ขณะที่รัฐบาลจีนก็แสดงท่าทีโต้กลับ ด้วยการตั้งภาษีต่อสินค้าจากสหรัฐฯ เช่น ถ่านหินและ LPG

ทรัมป์กับการตัดสินใจที่ยากลำบาก

แม้จะมีคำเตือนจากหลายฝ่าย ทั้งในประเทศและจากองค์กรระหว่างประเทศ แต่รัฐบาลทรัมป์ยังยืนยันที่จะเดินหน้าแผนการนี้ ภายใต้คำมั่นที่ว่า จะช่วยให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง (Make America Great Again) อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการตั้งกำแพงภาษีดังกล่าวอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยเฉพาะในเรื่องการจ้างงานและการลดขาดดุล

วิพากษ์วิจารณ์: ชาตินิยมที่ทำลายชาติ?

หนึ่งในประเด็นที่หลายฝ่ายวิจารณ์คือ แนวทางชาตินิยมที่รัฐบาลทรัมป์ยึดถือ ซึ่งถูกมองว่าอาจทำลายประเทศในระยะยาว แม้ว่าแนวทางนี้จะเน้นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศ แต่ผลกระทบจากกำแพงภาษีกลับอาจทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจแทนที่จะทำให้กลับมายิ่งใหญ่อย่างที่ทรัมป์คาดหวัง

คำถามที่ต้องตอบ: ทรัมป์ 2.0 จะทำให้ "อเมริกา" ยิ่งใหญ่อีกครั้งจริงหรือ?

ในที่สุดคำถามสำคัญที่ทุกคนต้องถามคือ นโยบายกำแพงภาษีของทรัมป์ 2.0 จะสามารถทำให้สหรัฐฯ กลับมายิ่งใหญ่อย่างที่เคยสัญญาไว้ได้หรือไม่? หรือจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับคนอเมริกันและเศรษฐกิจโลกในที่สุด? สิ่งเหล่านี้คงต้องใช้เวลาตัดสินใจและติดตามผลกระทบที่ตามมาอย่างใกล้ชิดในอนาคต

เศรษฐกิจโลก การค้า