ข่าวสารธุรกิจ

ทรัมป์เปิดศึกการค้าโลกอีกครั้ง! เก็บภาษีนำเข้าสูงสุด 54% กระทบหนักทั่วเอเชีย โดยเฉพาะไทย

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จุดชนวนสงครามการค้าระลอกใหม่ หลังประกาศเก็บ ภาษีนำเข้า กับประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเป้าไปที่ประเทศที่มี ดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ มากที่สุด รวมถึงชาติที่มีการใช้อุปสรรคทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับสินค้าอเมริกัน ซึ่งประเทศไทยก็ไม่รอดจากมาตรการนี้ โดยต้องเผชิญกับอัตราภาษีสูงถึง 36%


ทรัมป์ประกาศนโยบายภาษีนำเข้าใหม่ทั่วโลก มีผลทันที

เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา (ตามเวลาสหรัฐฯ) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงอย่างเป็นทางการจาก สวนกุหลาบทำเนียบขาว (White House Rose Garden) ว่าสหรัฐฯ จะจัดเก็บภาษีขั้นต่ำ 10% กับทุกประเทศที่ส่งออกมายังสหรัฐฯ และในกรณีประเทศที่ "เอาเปรียบทางการค้า" หรือมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บภาษี "ตอบโต้" เพิ่มเติม โดยการคำนวณอัตราภาษีนี้พิจารณาจาก อุปสรรคทางการค้าและมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ที่ประเทศเหล่านั้นใช้อยู่

ทรัมป์กล่าวอย่างชัดเจนว่า

"ถึงเวลาแล้วที่อเมริกาจะกลับมายืนหนึ่งในเศรษฐกิจโลก หลังถูกเอาเปรียบมานานหลายทศวรรษ"


ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาษีตอบโต้ของทรัมป์

จากเอกสารอย่างเป็นทางการของทำเนียบขาว ประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงสุด ได้แก่:

ประเทศ อัตราภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ
กัมพูชา 49%
เวียดนาม 46%
ศรีลังกา 44%
จีน 54% (รวมภาษีเฟนทานิล 20%)
ไทย 36%
อินเดีย 26%
เกาหลีใต้ 25%
ญี่ปุ่น 24%
ไต้หวัน 32%
สหภาพยุโรป 20%

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเทศที่ถูกเก็บภาษีขั้นต่ำ 10% โดยอัตราสูงสุดของภาษีตอบโต้จะอยู่ที่ครึ่งหนึ่งของอัตราภาษีที่ประเทศนั้นๆ เคยเรียกเก็บกับสหรัฐฯ มาก่อนหน้านี้

ข้อมูลจากทางการสหรัฐ

 


ประเทศไทยโดนเต็มๆ ด้วยภาษี 36% – ส่งออกอาจสะเทือนหนัก

สำหรับประเทศไทย ที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ และอาหารแปรรูป การเก็บภาษีในอัตรา 36% จากฝั่งสหรัฐฯ อาจทำให้สินค้าส่งออกของไทย สูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดอเมริกาอย่างหนัก

สินค้าที่อาจได้รับผลกระทบสูง:

  • รถยนต์และชิ้นส่วน

  • เครื่องใช้ไฟฟ้า

  • อาหารทะเลแปรรูป

  • สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

  • ยางพาราและผลิตภัณฑ์จากยาง


ผลกระทบในวงกว้าง: ตลาดหุ้น น้ำมัน และการผลิต

การประกาศของทรัมป์ยังส่งแรงสะเทือนในตลาดการเงินทันที โดย:

  • ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงกว่า 2% หลังข่าวถูกเผยแพร่

  • หุ้นกลุ่มยานยนต์ อย่าง Ford, GM, Tesla ปรับตัวลดลง

  • ราคาน้ำมัน ผันผวน เนื่องจากความไม่แน่นอนของซัพพลายจากยุโรป

  • การค้าโลก อาจเข้าสู่ภาวะเปลี่ยนเส้นทาง หรือ Trade Diversion ในระยะกลางถึงยาว


นักวิชาการเตือน “นโยบายนี้อันตรายยิ่งกว่าที่คิด”

แมรี เลิฟลี นักวิจัยอาวุโสจากสถาบัน Peterson Institute กล่าวว่า

“มาตรการภาษีของทรัมป์ในรอบนี้ รุนแรงเกินคาด และอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกต้องปรับโครงสร้างครั้งใหญ่”

ขณะที่ เวนดี้ คัตเลอร์ จาก Asia Society Policy Institute ก็ระบุว่า ประเทศในเอเชียกำลังตกเป็นเป้าหมายหลักของนโยบายใหม่นี้


มุมมองระยะยาว: โลกจะไปทางไหนหลังจากนี้?

การกลับมาใช้นโยบายภาษีที่เข้มข้นอีกครั้งโดยทรัมป์ ถือเป็น การสวนกระแสโลกาภิวัตน์ ที่พยายามลดกำแพงทางการค้ามานานหลายทศวรรษ การเคลื่อนไหวนี้อาจ:

  • สร้าง บรรทัดฐานใหม่ในการค้าโลก

  • เร่งให้ประเทศต่างๆ ต้อง หาแหล่งตลาดใหม่ ที่ไม่พึ่งพาสหรัฐฯ มากนัก

  • ทำให้พันธมิตรทางการค้าของสหรัฐฯ พิจารณามาตรการตอบโต้ทางภาษี


สรุป

การประกาศเก็บภาษีนำเข้าของทรัมป์ เป็นมากกว่าการเมืองภายในประเทศ แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงโลกว่า ยุคของการค้าเสรีแบบไร้เงื่อนไขอาจจบลงแล้ว ประเทศไทยและประเทศในเอเชียควรเริ่มวางแผนรับมือกับผลกระทบระยะยาวทั้งในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และยุทธศาสตร์การค้าโลก

ภาษีตอบโต้  สงครามการค้า  ทรัมป์  ภาษีศุลกากร  อัตราภาษี  การค้าโลก  เศรษฐกิจโลก  การค้าสหรัฐ  การเปลี่ยนแปลงการค้า