ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จุดชนวนสงครามการค้าระลอกใหม่ หลังประกาศเก็บ ภาษีนำเข้า กับประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเป้าไปที่ประเทศที่มี ดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ มากที่สุด รวมถึงชาติที่มีการใช้อุปสรรคทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับสินค้าอเมริกัน ซึ่งประเทศไทยก็ไม่รอดจากมาตรการนี้ โดยต้องเผชิญกับอัตราภาษีสูงถึง 36%
เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา (ตามเวลาสหรัฐฯ) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงอย่างเป็นทางการจาก สวนกุหลาบทำเนียบขาว (White House Rose Garden) ว่าสหรัฐฯ จะจัดเก็บภาษีขั้นต่ำ 10% กับทุกประเทศที่ส่งออกมายังสหรัฐฯ และในกรณีประเทศที่ "เอาเปรียบทางการค้า" หรือมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บภาษี "ตอบโต้" เพิ่มเติม โดยการคำนวณอัตราภาษีนี้พิจารณาจาก อุปสรรคทางการค้าและมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ที่ประเทศเหล่านั้นใช้อยู่
ทรัมป์กล่าวอย่างชัดเจนว่า
"ถึงเวลาแล้วที่อเมริกาจะกลับมายืนหนึ่งในเศรษฐกิจโลก หลังถูกเอาเปรียบมานานหลายทศวรรษ"
จากเอกสารอย่างเป็นทางการของทำเนียบขาว ประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงสุด ได้แก่:
ประเทศ | อัตราภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ |
---|---|
กัมพูชา | 49% |
เวียดนาม | 46% |
ศรีลังกา | 44% |
จีน | 54% (รวมภาษีเฟนทานิล 20%) |
ไทย | 36% |
อินเดีย | 26% |
เกาหลีใต้ | 25% |
ญี่ปุ่น | 24% |
ไต้หวัน | 32% |
สหภาพยุโรป | 20% |
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเทศที่ถูกเก็บภาษีขั้นต่ำ 10% โดยอัตราสูงสุดของภาษีตอบโต้จะอยู่ที่ครึ่งหนึ่งของอัตราภาษีที่ประเทศนั้นๆ เคยเรียกเก็บกับสหรัฐฯ มาก่อนหน้านี้
ข้อมูลจากทางการสหรัฐ
สำหรับประเทศไทย ที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เช่น รถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ และอาหารแปรรูป การเก็บภาษีในอัตรา 36% จากฝั่งสหรัฐฯ อาจทำให้สินค้าส่งออกของไทย สูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดอเมริกาอย่างหนัก
รถยนต์และชิ้นส่วน
เครื่องใช้ไฟฟ้า
อาหารทะเลแปรรูป
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
ยางพาราและผลิตภัณฑ์จากยาง
การประกาศของทรัมป์ยังส่งแรงสะเทือนในตลาดการเงินทันที โดย:
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงกว่า 2% หลังข่าวถูกเผยแพร่
หุ้นกลุ่มยานยนต์ อย่าง Ford, GM, Tesla ปรับตัวลดลง
ราคาน้ำมัน ผันผวน เนื่องจากความไม่แน่นอนของซัพพลายจากยุโรป
การค้าโลก อาจเข้าสู่ภาวะเปลี่ยนเส้นทาง หรือ Trade Diversion ในระยะกลางถึงยาว
แมรี เลิฟลี นักวิจัยอาวุโสจากสถาบัน Peterson Institute กล่าวว่า
“มาตรการภาษีของทรัมป์ในรอบนี้ รุนแรงเกินคาด และอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกต้องปรับโครงสร้างครั้งใหญ่”
ขณะที่ เวนดี้ คัตเลอร์ จาก Asia Society Policy Institute ก็ระบุว่า ประเทศในเอเชียกำลังตกเป็นเป้าหมายหลักของนโยบายใหม่นี้
การกลับมาใช้นโยบายภาษีที่เข้มข้นอีกครั้งโดยทรัมป์ ถือเป็น การสวนกระแสโลกาภิวัตน์ ที่พยายามลดกำแพงทางการค้ามานานหลายทศวรรษ การเคลื่อนไหวนี้อาจ:
สร้าง บรรทัดฐานใหม่ในการค้าโลก
เร่งให้ประเทศต่างๆ ต้อง หาแหล่งตลาดใหม่ ที่ไม่พึ่งพาสหรัฐฯ มากนัก
ทำให้พันธมิตรทางการค้าของสหรัฐฯ พิจารณามาตรการตอบโต้ทางภาษี
การประกาศเก็บภาษีนำเข้าของทรัมป์ เป็นมากกว่าการเมืองภายในประเทศ แต่เป็นการส่งสัญญาณถึงโลกว่า ยุคของการค้าเสรีแบบไร้เงื่อนไขอาจจบลงแล้ว ประเทศไทยและประเทศในเอเชียควรเริ่มวางแผนรับมือกับผลกระทบระยะยาวทั้งในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และยุทธศาสตร์การค้าโลก
ภาษีตอบโต้ สงครามการค้า ทรัมป์ ภาษีศุลกากร อัตราภาษี การค้าโลก เศรษฐกิจโลก การค้าสหรัฐ การเปลี่ยนแปลงการค้า