ทรัมป์เมินเสียงวิจารณ์ภาษีการค้า แม้เศรษฐกิจสหรัฐอาจเสี่ยงหดตัว
วอชิงตัน (AP) – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปัดความกังวลของภาคธุรกิจเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการจัดเก็บภาษีการค้าและแนวโน้มเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ยังคงยืนยันเดินหน้ากลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ แม้จะมีคำเตือนจากธนาคารกลางว่าสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปีนี้
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีการเรียกเก็บภาษี 25% กับสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดา ซึ่งในเวลาต่อมามีการประกาศเลื่อนออกไป ส่งผลให้ตลาดหุ้นเกิดความผันผวนอย่างหนัก นักลงทุนและภาคธุรกิจเริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อาจนำไปสู่สงครามการค้าระหว่างประเทศ
แผนการเก็บภาษีใหม่เริ่ม 2 เมษายน
ทรัมป์ประกาศว่า นโยบายการจัดเก็บภาษีแบบ “ตอบโต้” ที่ครอบคลุมจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน โดยมาตรการนี้จะปรับอัตราภาษีให้เท่ากับที่ประเทศคู่ค้าจัดเก็บจากสินค้าสหรัฐฯ
“วันที่ 2 เมษายน ทุกอย่างจะเป็นการตอบโต้กันหมด” ทรัมป์กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับรายการ “Sunday Morning Futures” ของ Fox News Channel ซึ่งออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ (9 มี.ค.) “สิ่งที่พวกเขาเรียกเก็บจากเรา เราก็จะเรียกเก็บจากพวกเขา”
ความเสี่ยงของเศรษฐกิจถดถอย
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับคำเตือนของธนาคารกลางสาขาแอตแลนตาเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจหดตัวในไตรมาสแรกของปี ทรัมป์ยอมรับว่า นโยบายภาษีของเขาอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ยืนยันว่าผลลัพธ์ในระยะยาวจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ
“ผมไม่อยากคาดเดาอะไรแบบนั้นเลย” ทรัมป์กล่าวเมื่อถูกถามว่า เขาคาดการณ์ถึงภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2025 หรือไม่ “มีช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้นยิ่งใหญ่มาก เรากำลังนำความมั่งคั่งกลับคืนสู่สหรัฐอเมริกา นั่นเป็นเรื่องใหญ่”
ตลาดวอลล์สตรีทเผชิญแรงกดดัน
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความผันผวนรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจเกี่ยวกับเสถียรภาพของนโยบายภาษีของทรัมป์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่อาจมีต่อการลงทุนระยะยาวของภาคเอกชน
ทรัมป์ยังคงยืนกรานว่า นโยบายภาษีที่แข็งกร้าวเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของอเมริกา “เป็นเวลาหลายปีที่กลุ่มโลกาภิวัตน์และประเทศอื่นๆ ได้เอารัดเอาเปรียบสหรัฐอเมริกา” เขากล่าว “สิ่งที่เรากำลังทำอยู่คือการเอาคืนมาบางส่วน และเราจะปฏิบัติต่อประเทศของเราอย่างยุติธรรม”
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและผู้บริโภค
นโยบายภาษีของทรัมป์ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักเศรษฐศาสตร์และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์และเทคโนโลยี ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเป็นหลัก การเก็บภาษีสูงขึ้นอาจทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าภายในประเทศ
“คุณรู้ไหมว่าภาษีอาจเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และมันอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการใช้ชีวิตของประชาชน” ทรัมป์กล่าว “แต่สิ่งสำคัญคือเรากำลังนำอุตสาหกรรมและงานกลับมาสู่สหรัฐอเมริกา”
ภาษีใหม่ที่จะบังคับใช้เร็วๆ นี้
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์ได้ตัดสินใจยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากเม็กซิโกและแคนาดาสำหรับผู้ผลิตรถยนต์อเมริกัน แต่ยังคงมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้ กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้ยืนยันว่า อัตราภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม 25% จะมีผลบังคับใช้ในวันพุธ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ฮาวเวิร์ด ลัทนิก ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Meet the Press” ของ NBC ว่า รัฐบาลจะเฝ้าติดตามผลกระทบของมาตรการภาษีนี้อย่างใกล้ชิด และยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะขยายขอบเขตไปยังสินค้าประเภทอื่น ๆ หรือไม่
“แน่นอนว่ามันอาจบิดเบือนตลาดไปบ้าง” ลัทนิกกล่าว “แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันจะช่วยให้สินค้าของอเมริกามีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น และเรากำลังช่วยเหลือชาวอเมริกันด้วยการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคสินค้าภายในประเทศ”
ขณะที่โลกกำลังจับตานโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ด้วยความกังวล การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในอีกหลายปีข้างหน้า