เวียดนามหวังพึ่ง ‘ญี่ปุ่น’ ขุดน้ำมัน ‘ทะเลจีนใต้’

12 ม.ค. 2564



ข้อพิพาทระหว่างจีนและบรรดาประเทศอาเซียนในทะเลจีนใต้กลายเป็นอุปสรรคของหลายประเทศ โดยเฉพาะโครงการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและเวียดนามที่แนบแน่นในขณะนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โครงการขุดเจาะของเวียดนามสามารถเริ่มเดินหน้าโดยไม่สะดุดกับอิทธิพลของจีน
 
เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานว่า “อินเปกซ์” (Inpex) บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เป็นบริษัทต่างชาติรายล่าสุดที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลเวียดนามในการขุดเจาะน้ำมันและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ทะเลจีนใต้ร่วมกับ “ปิโตรเวียดนาม” (PetroVietnam) โดยมีผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันอย่าง “อิเดะมิตสึ” (Idemitsu) และ “เจเอ็กซ์ นิปปอน” (JX Nippon) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ คาดว่าจะสามารถเริ่มการขุดเจาะภายในปี 2021
 
โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้แผนพัฒนาของรัฐบาลเวียดนามที่เรียกว่า บล็อก 05-1บี (05-1B) และ 05-1ซี (05-1C) ซึ่งอยู่ในน่านน้ำทะเลจีนใต้ห่างจากนครโฮจิมินห์ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 300 กิโลเมตร โดยพื้นที่ดังกล่าวทับซ้อนกับพื้นที่พิพาททางทะเลที่จีนอ้างสิทธิครอบครองหรือที่เรียกว่า “เส้นประ 9 เส้น” (nine-dash-line)
 
ที่ผ่านมา มีบริษัทต่างชาติหลายรายที่พยายามเข้ามาร่วมทุนกับปิโตรเวียดนาม เพื่อขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ดังกล่าว อย่าง “รอสเนฟต์” (Rosneft) บริษัทพลังงานสัญชาติรัสเซียที่เริ่มขุดเจาะได้เพียง 1 ปี ก่อนที่โครงการจะสิ้นสุดลงในเดือน ก.ค. 2020 ที่ผ่านมา หลังจากที่ต้องติดขัดในการขุดเจาะ จากการคุกคามของกองกำลังทางทะเลของจีนเป็นระยะ และก่อนหน้านี้ “เรปโซล” (Repsol) บริษัทพลังงานของสเปนก็ยุติสัญญาขุดเจาะพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ปี 2017 และยกเลิกสัมปทานในปีต่อมา ด้วยเหตุผลจากการแทรกแซงของจีนเช่นเดียวกัน
 
“ฟาม กวาง มินห์” ผู้เชี่ยวชาญความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ในกรุงฮานอย มองว่าความร่วมมือระหว่างเวียดนามกับญี่ปุ่นครั้งนี้จะให้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปจากกรณีของรัสเซียและสเปน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่แนบแน่นมากขึ้นของ 2 ประเทศ ที่เป็นปัจจัยให้โครงการดังกล่าวมีแนวโน้มประสบความสำเร็จสูงกว่า
 
ทั้งเวียดนามและญี่ปุ่นได้พัฒนาความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ในการเฝ้าระวังการขยายอิทธิพลของจีนในเอเชียมากยิ่งขึ้น จากที่นายกรัฐมนตรี “โยชิฮิเดะ ซูงะ” ของญี่ปุ่นเดินทางเยือนเวียดนามทันทีหลังได้รับตำแหน่งเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้ง 2 ประเทศได้กระชับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงโดยที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้อนุมัติการส่งออกอาวุธให้แก่เวียดนาม
 
“คาร์ล ทาเยอร์” ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันประเทศของเวียดนามที่มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ยังชี้ว่า ญี่ปุ่นยังสามารถส่งกองกำลังทางทะเลของตนไปยังทะเลจีนใต้ เพื่อปกป้องบริษัทของญี่ปุ่นจากการคุกคามของจีนได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งท่าทีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่นำโดย “โจ ไบเดน” ซึ่งกำลังจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในเร็ว ๆ นี้ ก็มีแนวโน้มที่จะประสานนโยบายในระดับภูมิภาคอย่างแนบแน่นกับญี่ปุ่น โดยที่จีนคงไม่ดำเนินการที่เสี่ยงจะกระทบกระเทือนความสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้
 
อย่างไรก็ตาม “เกรก โพลิง” ผู้อำนวยการโครงการริเริ่มเพื่อความโปร่งใสทางทะเลเอเชีย (เอเอ็มทีไอ) ของสหรัฐกลับมองว่า เวียดนามจะพบว่าการลงทุนนอกชายฝั่งกับบริษัทต่างชาติไม่ใช่เรื่องง่าย “เป็นเรื่องยากที่จะกล่าวกับคณะกรรมการบริษัทว่าพื้นที่ทะเลจีนใต้น่าลงทุน เมื่อจีนยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อชีวิตของคนงานของคุณเช่นนี้”
 
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
https://www.prachachat.net/world-news/news-587874