กระทรวงพาณิชย์-เอกชน เข็นเป้าส่งออกข้าวปีนี้แตะ 6 ล้านตัน พร้อมฟื้นตลาดจีทูจี

25 มี.ค. 2564        จำนวนผู้เข้าชม 142



กระทรวงพาณิชย์-เอกชน ตั้งเป้าส่งออกข้าวปีนี้แตะ 6 ล้านตัน พร้อมฟื้นตลาดจีทูจี
 
พาณิชย์เข็นส่งออกข้าว – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ว่า ในการประชุมครั้งนี้ จัดให้ทูตพาณิชย์ในต่างประเทศที่มีการนำเข้าข้าวไทย พาณิชย์จังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบประชุมทางไกลด้วย โดยเป็นการประชุมร่วมกันครั้งแรกเพื่อกำหนดเป้าหมายส่งออกปีนี้ 6 ล้านตัน มูลค่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 150,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วส่งออกได้ 5.7 ล้านตัน โดยมุ่งในตลาด 3 ระดับคือ พรีเมียม ที่จะ ส่งออกข้าวหอมมะลิ ที่ต้องเป็นบวกจากปีก่อน 4.8% ข้าวหอม 5.2% ตลาดทั่วไป เน้นข้าวขาว บวก 4.7% ข้าวนึ่ง บวก 4.9% และตลาดเฉพาะ เน้นข้าวเหนียว บวก 3.6% ส่วนข้าวกล้องและข้าวสี บวก 12.5%
 
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังกำหนดมาตรการเพื่อผลักดันการส่งออกข้าวให้ได้ตามเป้าหมาย 6 มาตรการคือ 1. กระทรวงพาณิชย์ จะจับมือกับสมาคมฯ เพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวไทยด้วยการส่งเสริมภาพลักษณ์ข้าวไทยภายใต้แนวคิด” Think rice Think Thailand” โดยให้หน่วยงานทั้งทูตพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัดทำการประชาสัมพันธ์ในแนวทางเดียวกัน 2. เร่งรัดการเปิดตลาดการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี ในเชิงรุก ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ให้ความเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์จัดทำข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) กับอินโดนีเซีย เพื่อเปิดตลาดข้าวอินโดนีเซีย 4 ปี จำนวนไม่เกิน 4,000,000 ตัน อีกตลาดคือตลาดบังกลาเทศ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบในการทำเอ็มโอยูกับบังคลาเทศ 5 ปี 5,000,000 ตัน
 
ตลาดอิรักซึ่งเป็นตลาดที่ไทยประสบปัญหาหลายปีที่ผ่านมาเพราะผู้ส่งออกข้าวไทยรายหนึ่งส่งข้าวด้อยคุณภาพไปทำให้อิรักแบนข้าวไทยเป็นเวลาหลายปี ขณะนี้ประสบความสำเร็จแล้วอิรักเปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถเข้าไปประมูลขายข้าวในอิรักได้แล้ว แต่ยังติดเรื่องความเข้าใจมาตรฐานข้าวขาว 100% ข้าวของไทย คือ ข้าว 5% ซึ่งจะต้องมีการทำความเข้าใจ และการส่งข้าวไปยังอิรัก ต้องมีเอกสารรับรองจากสถานทูตอิรักประจำประเทศไทย ขณะนี้เราไม่มีสถานทูตอิรักประจำประเทศไทย จะมีการเจรจาขอปรับเงื่อนไขลดอุปสรรค ตลาดที่ 4 คือ ตลาดจีนที่ได้ทำเอ็มโอยูในอดีตและจีนยังมีภาระตามเอ็มโอยูที่ต้องนำเข้าข้าวเก่าอีก 300,000 ตัน ตกค้างต้องเดินหน้าต่อไป
 
3. ในการเจรจาเพื่อส่งออกข้าวจะเน้นการเจรจาเพื่อขอลดภาษีนำเข้า ด้วยการใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีทางการค้า (เอฟทีเอ) กับประเทศต่างๆ เช่น เม็กซิโก สหภาพยุโรป (อียู) และสหราชอาณาจักร (ยูเค) 4. จับมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อลดต้นทุนการส่งออกข้าวให้ผู้ส่งออก เช่น ค่าระวางเรือ เป็นต้น
5. เร่งรัดขยายช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ 6. สมาคมฯจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำการวิจัย พัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ทั้ง 3 กลุ่ม คือ ข้าวพื้นนุ่ม พื้นแข็ง ข้าวหอม ด้วยการจัดประกวดพันธุ์ข้าวดังกล่าว และนำไปสู่การส่งเสริมให้มีการส่งออกข้าวทั้ง 3 สายพันธุ์ให้มากขึ้น เพื่อสนองความต้องการของตลาดต่างประเทศ
 
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ทั้ง 6 มาตรการนี้ เป็นวาระในการประชุมของประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและะเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานต่อไป
 
นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า หากจะส่งออกข้าวให้ได้ 6 ล้านตันไทยต้องส่งออกข้าวให้ได้เดือนละ 5 แสนตัน แต่จากการติดตามสถานการณ์การส่งออกพบว่าไทย ส่งออกข้าว 2 เดือนแรกรวมกันได้ 4 แสนตันหรือเดือนละ 4 แสนตัน ซึ่งเกิดจากราคาข้าวไทยสูงกว่าราคาข้าวของคู่แข่ง ซึ่งเกิดจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ปริมาณข้าวน้อยกว่าปกติที่เกิดจากภัยแล้ง ซึ่งยอมรับว่าข้าวไทยส่งออกได้ลดน้อยลงมากจากปีที่ผ่านๆ มา ซึ่งสมาคมต้องเดินหน้าผลักดันการ ส่งออกข้าวไทยให้ได้ตามเป้าหมายต่อไป
 
ที่มา : ข่าวสด
https://www.khaosod.co.th/economics/news_6193928