ครม.เคาะ 2 แนวทางกู้วิกฤต "ตู้คอนเทนเนอร์" ขาดแคลน

31 มี.ค. 2564        จำนวนผู้เข้าชม 167



รองโฆษกรรัฐบาล เผย ครม. มีมติรับทราบ 2 แนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเล 
 
วันที่ 30 มีนาคม 64 น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเล โดยมีแนวทางดังนี้คือ
 
1. ให้ท่าเรือกรุงเทพปรับลดค่าภาระตู้สินค้าเปล่าขาเข้าผ่านท่าเรือกรุงเทพในอัตรา 1,000 บาทต่อทีอียู เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2564 รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเป็นจำนวนเงิน 5.28 ล้านบาท 
 
2. ให้ท่าเรือแหลมฉบังชดเชยค่ายกขนตู้สินค้าให้แก่เอกชนผู้ประกอบการนำเข้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยจ่ายส่วนลดคืนในอัตรา 1,000 บาทต่อทีอียู เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2564  รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเป็นเงิน 384 ล้านบาท รวม 2 รายการเป็นเงินทั้งสิ้น 389.28 ล้านบาท โดย ครม. มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินความคุ้มค่าในการดำเนินการและประโยชน์ที่ผู้ประกอบการส่งออกรายย่อยได้รับ รวมทั้งให้หาข้อยุติเกี่ยวกับแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว
 
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมรายงานว่า ประเทศไทยประสบปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เปล่าเพื่อใช้ในการส่งออก และอัตราค่าระวางเรือปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ปี 2563  ส่งผลกระทบให้ผู้ส่งออกที่ต้องการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ต้องจ่ายเงินค่าระวางในอัตราที่สูงกว่าปกติ กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ โดยเฉพาะการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์สำหรับบรรจุสินค้าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19  การท่าเรือแห่งประเทศไทยจึงเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาให้ทางกระทรวงคมนาคมพิจารณาผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับตู้คอนเทนเนอร์นั้นจะมีตู้สั้นกับตู้ยาว สั้น20 ฟุต  ยาว40ฟุต TEU = twenty equivalent unit หรือหมายถึงตู้ 20”
 
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
https://www.thansettakij.com/content/business/474051