กกร. เข้าร่วมหารือแนวทางความร่วมมือการจัดหาวัคซีน

28 เม.ย. 2564        จำนวนผู้เข้าชม 125



เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 ภาคเอกชนนำโดย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน กกร. และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เข้าร่วมหารือแนวทางความร่วมมือการจัดหาวัคซีนระหว่างภาครัฐและเอกชน ณ ห้องประชุมตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยมีแนวทางการหารือ 4 ด้าน ดังนี้
 
“ด้านการกระจายและฉีดวัคซีน”
เห็นชอบแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการกระจายและฉีดวัคซีนของกลุ่มเป้าหมาย ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับต่างจังหวัดให้ผ่านกลไก กรอ. กลุ่มจังหวัดและระดับจังหวัด และให้กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และภาคเอกชน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รับไปพิจารณาเร่งรัดจัดทำแผนการจัดหาและการกระจายวัคซีน และพิจารณารายละเอียดของต้นแบบ (Model) การกระจายฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยให้ความสำคัญกับความพร้อมของสถานที่ บุคลากร อุปกรณ์ทางการแพทย์ และคำนึงถึงมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การกระจายการให้บริการเป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
 
“ด้านการสร้างความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์”
ให้ภาคเอกชนรับไปประสานเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับไปดำเนินการสร้างความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนเพื่อลดความวิตกกังวลของประชาชน เช่น การจัดหาวัคซีนให้เพียงพอ การลงทะเบียนที่มีประสิทธิภาพ การจัดหาสถานที่ฉีดวัคซีนที่เหมาะสมการอำนวยความสะดวกในการเดินทางในการฉีดวัคซีน และการดูแลรักษาภายหลังจากการฉีดวัคซีน พร้อมทั้งการพิจารณากำหนดผู้ประสานงานหลัก (Focal point) ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ชัดเจน และกำหนด แนวทางการประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้ของวัคซีนอย่างถูกต้องในรูปแบบ Single Message เพื่อให้การสื่อสารเป็นเอกภาพ
 
“ด้านการสนับสนุนระบบอำนวยความสะดวกระบบงานต่าง ๆ”
ให้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) ร่วมกับภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับไปพิจารณาระบบการลงทะเบียนและการติดตามผู้ฉีดวัคซีนของภาคเอกชนให้เชื่อมโยงกับระบบของธนาคารกรุงไทยอย่างมีเอกภาพโดยตรง และให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานดูแลการลงทะเบียนใน 5 กลุ่มเป้าหมายหลัก ประกอบด้วย 1) บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชน 2) เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เช่น ทหาร ตารวจตรวจคนเข้าเมือง 3) ประชาชนที่มีโรคประจำตัว 4) ประชาชนสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และ 5) ประชาชนในพื้นที่ระบาดผ่านแอพลิเคชัน “หมอพร้อม” ต่อไป
 
“ด้านการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม”
ให้กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และองค์การเภสัชกรรม (อภ.) รับไปพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
 
ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน
ให้รองนายกรัฐมนตรี (นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์) ร่วมกับเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภาคเอกชน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินจัดทำแผนการบริหารจัดหาวัคซีนและกระจายวัคซีนให้เป็นระบบและเกิดผลเป็นรูปธรรม
 
ที่มา : ศคช. ณ วันที่ 28 เมษายน 2564


  ภาพประกอบ








ข่าวสาร