BOI บุกโรดโชว์ญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพ EEC - นิคมอุตสาหกรรม

24 พ.ย. 2565        จำนวนผู้เข้าชม 77



นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 28 – 30 พ.ย. 2565 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จัดกิจกรรมชักจูงการลงทุน ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยจะเข้าร่วมหารือกับองค์กรสำคัญของรัฐและเอกชนหลายแห่ง เช่น กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศและการลงทุนของญี่ปุ่น (JETRO) หน่วยงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและนวัตกรรม (SMRJ)
 
สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (KEIDANREN) สมาพันธ์ธุรกิจคันไซ (KANKEIREN) หอการค้าและอุตสาหกรรมโอซาก้า (OCCI) และธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของญี่ปุ่น เพื่อหารือความร่วมมือในการผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
 
พร้อมกันนี้เตรียมจัดสัมมนาใหญ่ 2 ครั้ง ณ กรุงโตเกียว และกรุงโอซาก้า ในหัวข้อ “Thailand Investment Promotion Policy: NEW Economy, NEW Opportunities” โดยจะนำเสนอมาตรการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่ ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการอีอีซี และความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในการรองรับการลงทุนจากญี่ปุ่น  
 
“การเดินทางครั้งนี้จะเป็นการผนึกกำลังหน่วยงานสำคัญที่มีบทบาทในการสนับสนุนการลงทุนของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นบีโอไอ อีอีซี และ กนอ. โดยเลือกญี่ปุ่นเป็นประเทศแรก เนื่องจากเป็นผู้ลงทุนรายสำคัญที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ และการลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ซึ่งญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญ" นายนฤตม์กล่าว
 
พร้อมกันนี้เตรียมจัดสัมมนาใหญ่ 2 ครั้ง ณ กรุงโตเกียว และกรุงโอซาก้า ในหัวข้อ “Thailand Investment Promotion Policy: NEW Economy, NEW Opportunities” โดยจะนำเสนอมาตรการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่ ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการอีอีซี และความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในการรองรับการลงทุนจากญี่ปุ่น  
 
“การเดินทางครั้งนี้จะเป็นการผนึกกำลังหน่วยงานสำคัญที่มีบทบาทในการสนับสนุนการลงทุนของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นบีโอไอ อีอีซี และ กนอ. โดยเลือกญี่ปุ่นเป็นประเทศแรก เนื่องจากเป็นผู้ลงทุนรายสำคัญที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ และการลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ซึ่งญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญ" นายนฤตม์กล่าว
 
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
 
 








ข่าวสาร